หน่วยความจำ
ไดรฟ์โซลิดสเตต
ไดรฟ์ USB
แฟลชการ์ด
การสนับสนุน
ค้นหาหน่วยความจำ

ความรับผิดชอบต่อสังคม

ความรับผิดชอบต่อสังคม

ปัจจุบัน Kingston ร่วมกับ ERI ในการส่งเสริมมาตรการรีไซเคิลที่มีประสิทธิภาพและไม่ยุ่งยาก

Kingston มีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นผู้ผลิตหน่วยความจำรายแรกที่เปิดตัวโครงการรีไซเคิลชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขึ้น ต้องขอบคุณความร่วมมือระหว่าง Kingston กับ ERI® (Electronic Recyclers International, Inc.) ผู้ให้บริการรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ที่ช่วยให้หน่วยความจำคอมพิวเตอร์ แฟลชไดรฟ์ ไดรฟ์ SSD และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ของคุณไม่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป มั่นใจได้ว่าข้อมูลของคุณที่จัดเก็บไว้จะถูกทำลายทั้งหมด โดยบริษัทพร้อมจัดหาเอกสารรับรองการทำลายข้อมูลให้เมื่อได้รับการร้องขอ เพื่อความสะดวก โครงการนี้มีระบบตอบกลับทางโทรศัพท์อัตโนมัติที่ใช้งานได้ง่ายไม่ยุ่งยาก

เริ่มต้นโดยเข้าไปที่v ERI.

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ERI และการรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ได้ที่ electronicrecyclers.com

Kingston Technology มีการตรวจสอบการปล่อยมลพิษเพิ่มเติมโดยหน่วยงานภายนอกเพื่อประเมินปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดขึ้นจากโรงงาน Orange County ผลการตรวจสอบระบุว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกส่วนใหญ่ของบริษัทเป็นมลพิษทางอ้อมจากกระแสไฟฟ้าที่บริษัทจัดซื้อ (99.5165%) โดยส่วนที่เหลือ (0.4889%) เป็นการปล่อยมลพิษโดยตรงจากการใช้รถและการผลิตของบริษัท ผลการคำนวณใช้วิธีการ IPCC และ USEPA เป็นเกณฑ์ ข้อมูลที่จัดแสดงเป็นข้อมูลระหวางวันที่ 1/1/09 ถึง 12/31/09 สำหรับส่วนปฏิบัติการทั้งหมด

ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมถือเป็นปัจจัยที่สำคัญในเชิงวิชาชีพและในด้านจรรยาบรรณซึ่งบุคลากรของ Kingston Technology จะต้องผลักดันให้เกิดขึ้นในองค์กรนี้

ถ้อยแถลงการควบคุมมาตรฐาน ISO 14001

ระบบจัดการสิ่งแวดล้อม

เพื่อตอบสนองกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นด้านการตรวจสอบและลดผลกระทบจากผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทที่มีต่อสิ่งแวดล้อม ทีมงานบริหารของ Kingston จึงให้ความสำคัญกับการลงทุนและปรับใช้ระบบจัดการสิ่งแวดล้อมสำหรับส่วนการผลิตของบริษัททั่วโลก ระบบเหล่านี้จัดทำขึ้นสอดคล้องกับมาตรฐาน ISO 14001 ซึ่งช่วยให้บริษัทต่าง ๆ สามารถจัดทำและดูแลระบบจัดการสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การรับรองมาตรฐาน ISO 14001 แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Kingston ในการจัดการผลกระทบจากการดำเนินการของบริษัทต่อสิ่งแวดล้อมบนโลก

ISO 14001 เป็นมาตรฐานสากลสำหรับระบบจัดการสิ่งแวดล้อมที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลาย มาตรฐาน ISO 14001 มีเป้าหมายสำคัญคือเพื่อผลักดันแนวทางด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ ๆ เพื่อช่วยให้บริษัทต่าง ๆ สามารถพิจารณาประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจการของตน และเพื่อให้บริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่ามาตรฐานนี้จะไม่ได้กำหนดเงื่อนไขเชิงประสิทธิภาพไว้เป็นการเฉพาะ แต่ก็กล่าวถึงหลักเกณฑ์ต่าง ๆ เกี่ยวกับความจริงจังในการป้องกันมลพิษ และการปฏิบัติตามเงื่อนไขของระเบียบข้อบังคับที่มี ที่สำคัญคือเป็นการชี้ให้เห็นถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินงานของบริษัทต่าง ๆ ต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสามารถร่วมกันดูแลได้หากมีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพและปรับปรุงแนวทางอย่างต่อเนื่อง

ดูนโยบายควบคุมคุณภาพ สิ่งแวดล้อม สวัสดิภาพและความปลอดภัยได้โดยคลิกที่นี่

Kingston พร้อมปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของท้องถิ่น มลรัฐและรัฐบาลกลางด้านสิ่งแวดล้อม ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเงื่อนไขภายใต้ระเบียบข้อบังคับได้จากลิงค์ต่อไปนี้

ถ้อยแถลงการควบคุมมาตรฐาน RoHS/WEEE

RoHS 2 Directive (2011/65/EU)

RoHS 2 Directive (2011/65/EU) Directive 2011/65/EU ได้รับการลงมติเป็นกฎหมายเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2011 หลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นเน้นย้ำหลักเกณฑ์ข้อจำกัดด้านสารอันตรายในอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (RoHS 1) ซึ่งถูกบัญญัติเป็นกฎหมายโดยสหภาพยุโรป (EU) เมื่อปี 2003 โดยครอบคลุมองค์ประกอบเดียวกันกับหลักเกณฑ์ในปี 2003 ได้แก่ ตะกั่ว แคดเมียม ปรอท เฮกซาวาเลนท์โครม โพลิโบรมิเนตเต็ดไบเฟนิล (PBB) และโพลิโบรมิเนตเต็ดไดเฟนิลอีเทอร์ (PBDE) ทั้งนี้ขอบเขตที่กำหนดยังครอบคลุมทั้งการประเมินสารอันตรายใหม่ ๆ ในอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (EEE) ด้วย RoHS 2 มีเป้าหมายสำคัญคือเพื่อกำหนดข้อบังคับที่เข้มงวดมากขึ้นและกำหนดเงื่อนไขทางกฎหมายที่ชัดเจนมากขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นการขยายขอบเขตให้กับเงื่อนไขด้าน RoHS สำหรับ EEE สายสัญญาณและชิ้นส่วนอะไหล่ทั้งหมดซึ่งจะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ภายในวันที่ 22 กรกฎาคม 2019 RoHS 2 ยังระบุเงื่อนไขเกี่ยวกับเครื่องหมายกำกับ (CE) และการรับรองคุณสมบัติตามมาตรฐานที่กำหนด RoHS 2 มีผลในวันที่ 2 มกราคม 2013

Kingston ได้มีการตรวจสอบอย่างเต็มที่เพื่อให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของ Kingston และบรรจุภัณฑ์ที่จำหน่ายในยุโรปได้มาตรฐาน RoHS 2 อย่างครบถ้วน ทั้งนี้สามารถแจ้งขอแถลงการณ์ของบริษัทในการปฏิบัติตามมาตรฐาน RoHS 2 ได้เช่นกัน ภายใต้เงื่อนไขในหลักเกณฑ์ชุดนี้ Kingston จึงได้จัดทำเอกสารกำกับทางเทคนิคึ้น (Decision No 768/2008/EC) ซึ่งจะต้องจัดเก็บไว้ต่อเนื่องเป็นเวลาสิบ (10) ปี สามารถแจ้งขอเอกสารกำกับทางเทคนิคได้จากหน่วยงานกำกับดูแลในพื้นที่เพื่อยืนยันคุณสมบัติว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์และมาตรฐานที่กำหนด

หากคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับมาตรฐาน RoHS ของผลิตภัณฑ์ กรุณาสอบถามรายละเอียดจากตัวแทนจำหน่ายหรือผู้จำหน่ายต่อ

WEEE Directive (2002/96/EC)

หลักเกณฑ์ควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (WEEE) มีผลกับบริษัทที่ผลิต ขายและจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ใน EU ครอบคลุมกลุ่มเครื่องใช้ในครัวเรือนทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก อุปกรณ์ IT วิทยุและเครื่องเล่นเพลง เครื่องมือไฟฟ้า อุปกรณ์โทรคมนาคม ของเล่นใช้ไฟฟ้า ฯลฯ

หลักเกณฑ์นี้มีขึ้นเพื่อลดของเสียที่เกิดจากอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และเพื่อเป็นการดูแลสิ่งแวดล้อมตลอดช่วงอายุของอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว โดยสามารถตีความได้เป็นแนวทางเบื้องต้นดังต่อไปนี้

  • ผู้ผลิต (ผู้ผลิตหรือนำเข้า) อุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์จะต้องมีการจดทะเบียนถูกต้องในประเทศของตน.
  • ครัวเรือนทั่วไปสามารถส่งคืน WEEE (ขยะอิเล็กทรอนิกส์) ไปยังศูนย์จัดเก็บโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายโดยผู้ผลิตจะต้องรับผิดชอบในการให้เงินสนับสนุนศูนย์ให้บริการเหล่านี้
  • ผู้ผลิตจะต้องมีขั้นตอนการรีไซเคิลและหมุนเวียนวัสดุนำกลับมาใช้ตามเกณฑ์ที่กำหนด
  • ผู้ผลิตจะต้องแสดงเครื่องหมายรูป "ถังขยะมีล้อพร้อมกากบาททับ" ที่ผลิตภัณฑ์ของตนเอง
  • สัญลักษณ์นี้ใช้ระบุว่าอุปกรณ์ที่แสดงสัญลักษณ์ดังกล่าวไม่สามารถทิ้งได้กับขยะทั่วไป แต่ให้จัดเก็บแยกและจัดการตามขั้นตอนที่เหมาะสมตามระเบียบข้อบังคับในท้องถิ่น

หลักเกณฑ์ WEEE ถูกนำไปบังคับใช้ในรัฐสมาชิกของ EU แต่ละแห่ง กรอบเวลาและรายละเอียดจึงอาจแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ ทั้งนี้หลักเกณฑ์จะคล้าย ๆ กับที่กล่าวไปข้างต้น การจัดเก็บขยะอิเล็กทรอนิกส์ (WEEE) อาจแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ ซึ่งอาจได้แก่ จัดจุดจัดเก็บสาธารณะ จัดเก็บโดยผู้จัดจำหน่าย จัดเก็บโดยตรงจากครัวเรือน ฯลฯ หลักเกณฑ์นี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้มีการใช้ซ้ำ รีไซเคิลหรือหมุนเวียนการใช้วัสดุเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขยะอิเล็กทรอนิกส์ (WEEE) ผู้ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ใน EU จึงสามารถมีบทบาทสำคัญในการร่วมลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ (WEEE) และช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมโดยการแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ และกำจัดทิ้งอย่างถูกขั้นตอน ผู้บริโภคสามารถสอบถามผู้จัดหาอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่ตนเองจัดซื้อเกี่ยวระเบียบข้อบังคับในการทิ้งขยะอิเล็กทรอนิสก์ (WEEE) เหล่านี้

ผู้ใช้กลุ่มธุรกิจจะต้องดูแลให้มีการทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ (WEEE) ที่ไม่เหมาะสำหรับใช้ซ้ำหรือรีไซเคิลอย่างถูกต้องกับผู้ให้บริการจัดการขยะที่ได้รับการรับรอง ผู้ผลิตในประเทศของคุณสามารถให้คำแนะนำแก่คุณเพิ่มเติมในเรื่องนี้

ในสหราชอาณาจักร หลักเกณฑ์ควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ปี 2006 (S.I. No. 3289) ถูกประกาศใช้โดยรัฐสภาเมื่อเดือนธันวาคมปี 2006 Kingston Technology Europe Limited และ Kingston Digital Europe Limited จึงได้จดทะเบียนรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของตนเองตามหลักเกณฑ์ของสหราชอาณาจักร จึงไม่ถูกจัดอยู่ในรายชื่อผู้ผลิตของอังกฤษที่นำเข้าผลิตภัณฑ์ EEE เข้าสู่สหราชอาณาจักร เลขทะเบียนผู้ผลิต EEE ของสหราชอาณาจักรสำหรับบริษัทแต่ละแห่งคือ: Kingston Technology Europe Limited WEE/ED0057TS และ Kingston Digital Europe Limited WEE/BD1072RT ทั้งนี้ทะเบียนผู้ผลิต EEE ของสหราชอาณาจักรเหล่านี้เป็นเพียงมาตรฐานควบคุมสำหรับผลิตภัณฑ์กลุ่ม EEE ที่จัดซื้อผ่าน Kingston Technology Europe Limited และ Kingston Digital Europe LImited ในนสหราชอาณาจักร และมีการใช้งานเฉพาะในสหราชอาณาจักรเท่านั้น บุคคลผู้รับผิดชอบในการนำเข้าผลิตภัณฑ์จาก Kingston เข้าในรัฐสมาชิกของ EU (หรือประเทศอื่น) จะต้องกำกับดูแลให้มีการปฏิบัติตามเงื่อนไขด้าน WEEE หรือกฎหมายอื่น ๆ ที่มีบังคับใช้ในประเทศที่เกี่ยวข้อง

Kingston จริงจังในการร่วมลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเนื่องจากผลิตภัณฑ์ของบริษัท และพร้อมปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ WEEE อย่างเต็มที่

ข้อมูลสำหรับผู้ประกอบการศูนย์จัดการขยะ

ในเบื้องต้นแนะนำให้รีไซเคิลหรือนำอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (EEE) กลับไปใช้ซ้ำแทนการกำจัดทิ้ง หากจำเป็นต้องมีการกำจัดทิ้ง ให้ดำเนินการโดยศูนย์จัดการขยะที่ได้รับอนุญาตถูกต้อง ("AATF") AATF ในยุโรปที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของ Kingston สามารถติดต่อกับสำนักงานควบคุมมาตรฐานของ Kingston Technology Europe Limited / Kingston Digital Europe Limited

Kingston REACH Implementation

REACH (การจดทะเบียน ประเมินการทำงาน การรับรองและข้อจำกัดเกี่ยวกับสารเคมี EC 1907/2006) เป็นหลักเกณฑ์ควบคุมด้านสารเคมีของสหภาพยุโรปที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2007 โดยมีกำหนดบังคับใช้ครอบคลุมระยะเวลา 11 ปี (ถึงปี 2018) Kingston ไม่ใช่ผู้ผลิต นำเข้าหรือจัดหาสารใด ๆ ภายใต้ข้อกำหนดนี้ และ Kingston พร้อมปฏิบัติตามข้อกำหนดต่าง ๆ ที่ระบุในภาคผนวก XVII ของหลักเกณฑ์เกี่ยวกับ REACH Kingston พร้อมให้การสนับสนุนวัตถุประสงค์เบื้องต้นของหลักเกณฑ์ REACH เพื่อรองรับระบบควบคุมการใช้สารเคมีในสหภาพยุโรป รวมทั้งเพื่อส่งเสริมสวัสดิภาพและความปลอดภัยของบุคคลทั่วไป และเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมในเวลาเดียวกัน

ผู้ผลิตและผู้นำเข้าใน EU จะต้องขึ้นทะเบียนสารเคมีที่ตนเองผลิตหรือนำเข้าเป็นจำนวนมากกว่า 1 ตันต่อปี เนื่องจาก Kingston มีสำนักงานในยุโรปหลายแห่ง เราจึงตระหนักดีถึงหน้าที่ของเราตามหลักเกณฑ์ REACH และได้ขึ้นทะเบียนสารเคมีในผลิตภัณฑ์ของบริษัทไว้แล้วว่าเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดโดย ECHA Kingston ไม่ได้เป็นผู้ผลิตหรือนำเข้าสารเคมีเข้าสู่ EU ดังนั้น Kingston จึงไม่มีหน้าที่ในการขึ้นทะเบียนสารเคมีใด ๆ อีก

ข้อมูลเกี่ยวกับสารเคมีที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ (SVHC)

ผู้จัดหาสินค้าจะต้องแจ้งให้ผู้รับทราบข้อมูลสารเคมีที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ (SVHC) หากมีส่วนประกอบของสารเหล่านี้เกินกว่าเกณฑ์จำกัดที่ 0.1% ของตัวสินค้าหรือสิ่งของ ดูรายละเอียดเกี่ยวกับ SVHC ได้จากรายการสารที่ต้องได้รับการรับรอง ซึ่งจัดทำขึ้นโดยหน่วยงานกำกับดูแลสารเคมีของยุโรป (ECHA)

รายการสาร SVHC ที่มีการเผยแพร่ในปัจจุบันครอบคลุมสารเคมี 138 ชนิด ผลิตภัณฑ์ของ Kingston ได้รับการตรวจสอบส่วนประกอบตามรายการสาร SVHC เทียบตามระดับของผลิตภัณฑ์แล้วและไม่พบว่ามีสาร SVHC เกินกว่าความเข้มข้นที่ 0.1% (ตามน้ำหนัก)

ทั้งนี้ Kingston จะยังคงพิจารณารายการสาร SVHC ที่เผยแพร่โดย ECHA เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ลูกค้าของเราและหน่วยงานกำกับดูแลสารเคมีแห่งยุโรปจะได้รับแจ้งให้ทราบหากมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข REACH ที่มีในอนาคต

ถ้อยแถลงการควบคุมมาตรฐาน PFOS

ถ้อยแถลงการปฏิบัติตามเงื่อนไข - ข้อจำกัด PFOS เพื่อการปกป้องสิ่งแวดล้อม

Kingston Technology ไม่ได้ใช้เพอร์ฟลูออโออคติลซัลโฟเนต (PFOS) ในกระบวนการผลิตใด ๆ ของบริษัท

กระบวนการผลิตชิ้นเวเฟอร์เพียงบางส่วนของซัพพลายเออร์ของ Kingston เท่านั้นที่ใช้ PFOS สำหรับส่วนที่สำคัญในชั้นเคลือบสารไวแสงภายใต้กระบวนการสร้างลายวงจรด้วยแสง ทั้งนี้ขั้นตอนดังกล่าวอยู่ในข้อยกเว้นสำหรับกระบวนการสร้างลายวงจรด้วยแสงภายใต้ EU Directive 2006/122/ECOF ที่จำกัดเรื่องการใช้ PFOS ไว้photolithography

ตามข้อมูลสนับสนุนที่ได้รับจากซัพพลายเออร์ของ Kingston บริษัทเข้าใจว่า PFOS ไม่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ที่มีไดเป็นส่วนประกอบและจัดส่งให้แก่บริษัท รวมทั้ง PFOS ไม่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของ Kingston