Go to Kingston.com ประเทศไทย Homepage ประเทศไทย  
Kingston Company Info


เกี่ยวกับบริษัท Kingston

บริษัท Kingston Technology เป็นผู้นำทางด้าน memory ของโลก ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1987 โดยนำเสนอตราสินค้าชนิดเดียว ซึ่งในปัจจุบัน Kingston® เสนอสินค้าประเภท memory product มากกว่า 2,000 ชนิด ซึ่งรองรับสินค้าทุกประเภทที่ใช้ memory ตั้งแต่ computers, servers และ printers ไปจนถึง เครื่องเล่น MP3, กล้องดิจิตอล และโทรศัพท์มือถือ และในปี ค.ศ.2007 บริษัทมียอดขายถึง 45 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ

สำนักงานใหญ่ของ Kingston ใน Fountain Valley ที่ California มีพนักงานมากกว่า 4,500 คนจากทั่วทุกมุมโลก และได้รับการ ยอมรับว่า เป็นหนึ่งใน “Best Companies to Work for in America” จากนิตยสาร Fortune magazine ความเชื่อ ในเรื่องการเคารพซึ่งกันและกัน ความซื่อสัตย์ ความยืดหยุ่นในการทำงาน รวมไปถึง ความ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ของ Kingston เป็น พื้นฐานของวัฒนธรรมองค์กรที่น่าเป็นแบบอย่าง ทั้งนี้ Kingston ยังเชื่อว่าการลงทุนกับบุคคลากรเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากพนักงานแต่ละคนเป็นส่วนสำคัญต่อความสำเร็จของ Kingston

เครือข่ายในการให้บริการของ Kingston ทั้งในฐานะ distributors, resellers, retailers and OEM customers ครอบคลุมทั้ง 6 ทวีป นอกจากนี้ บริษัทยังให้บริการด้าน contract manufacturing and supply chain management สำหรับ semiconductor manufacturers and system OEMs อีกด้วย

ผู้นำในด้าน Memory: ประวัติของ Kingston

Kingston Technology เกิดขึ้นในช่วงที่ surface-mount memory chips ในตลาด high tech ขาดแคลนอย่างมากในยุค 80 ดังนั้น John Tu และ David Sun จึงตั้งใจที่จะหาทางออกของวิกฤตการณ์นี้ ทั้งสองคนให้ วิศวกรผู้เชี่ยวชาญ พยายามศึกษา และออกแบบ Single In-Line Memory Module (SIMM) แบบใหม่ซึ่งใช้ส่วนประกอบของ เทคโนโลยี Through-hole ที่ใช้อยู่ในขณะนั้น มาตรฐานแบบใหม่ในการผลิตจึงเกิดขึ้น พร้อมกับ Kingston Technology ในวันที่ 17 ตุลาคม ปี ค.ศ. 1987




ปี ค.ศ. 2532
Kingston สร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง โดยนำเสนอ 100-percent testing ซึ่งนำไปสู่ความแน่นอนทางคุณภาพ และตำแหน่งผู้นำในตลาด

ปี ค.ศ. 2533
Kingston ขยายผลิตภัณฑ์แรกที่เป็น non-memory product line คือ processor upgrades

ปี ค.ศ. 2534


ปี ค.ศ. 2535
Kingston ได้รับการยกย่องจาก นิตยสาร Inc. เป็นบริษัทเอกชนที่เติบโตเร็วที่สุดในสหรัฐอเมริกา

ปี ค.ศ. 2536
Kingston ขยายผลิตภัณฑ์สู่ networking และ storage

ปี ค.ศ. 2537
Kingston นำเสนอผลิตภัณฑ์แบบพกพา (portable product) คือ DataTraveler® และ DataPakTM ในเดือนกันยายน Kingston ได้รับ ISO 9000 ในการประเมินเพียงครั้งแรก นิตยาสาร Forbes เสนอให้ Kingston อยู่ในอันดับที่ 367 ใน 500 บริษัทเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา (The 500 Largest Private Companies in the U.S.) โดย Kingston มีรายได้รวม ณ ขณะนั้นถึง 489 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ

ปี ค.ศ. 2538
Kingston เปิดสาขาที่เมือง มิวนิค ประเทศเยอรมนี เพื่อให้การสนับสนุนทางด้านเทคนิค และ ความสามารถทางการตลาด แก่ตัวแทนจำหน่ายและลูกค้า ในทวีปยุโรป ในเดือนตุลาคม Kingston เข้าร่วม Billion-Dollar Club โดยบริษัทมียอดขายถึง 1.3 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ โดยบริษัทได้โฆษณาขอบคุณพนักงาน ทุกคนภายใต้แคมเปญ “Thanks a Billion!” โดยลงชื่อของพนักงานทุกคนใน วารสาร Wall Street Journal Orange County Register และ Los Angeles Times และยังลงโฆษณาขอบคุณ ซัพพลายเออร์และตัวแทนจำหน่าย ใน Trade Publication และ Wall Street Journal

ปี ค.ศ. 2539
ในวันที่ 15 เดือนสิงหาคม Softbank® Corporation ของญี่ปุ่นเข้าถือหุ้น 80% เป็นจำนวนเงินทั้งหมด 1.5 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ ในเดือนพฤศจิกายน Kingston และ Toshiba ร่วมมือกันพัฒนา memory สำหรับคอมพิวเตอร์ PC ของ Toshiba ซึ่งนับว่าเป็นครั้งแรกที่ PC OEM และ ผู้ผลิต memory ทำงานร่วมกัน ในวันที่ 14 ธันวาคม John Tu และ David Sun ได้จัดสรรเงินจำนวน 100 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ สำหรับโบนัสของพนักงานทั้งหมด จากความสำเร็จในครั้งนี้ และ Kingston มียอดขายของผลิตภัณฑ์ memory เพิ่มขึ้นถึง 49% ในปี ค.ศ. 1996 นับจากปี ค.ศ. 1995

ปี ค.ศ. 2540
ในเดือน มกราคม Kingston ได้เปิดสำนักงานใหญ่ในทวีปยุโรปขึ้นที่ สหราชอาณาจักร และเปิดโรงงานการผลิตและสำนักงานขึ้นในประเทศไต้หวันKingston เปิดสำนักงานขายในประเทศญี่ปุ่น ในเดือน สิงหาคม Kingston เปิดโรงงานการผลิตและสำนักงานขึ้นที่ เมืองดับบลิน ประเทศไอร์แลนด์

ปี ค.ศ. 2541
Kingston ได้อันดับที่สอง ใน 100 บริษัทที่น่าทำงานมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา (100 Best Companies to Work for in the United States) ในการจัดอันดับของ นิตยสาร Fortune และ Kingston ยังได้ขยายความสามารถในการผลิตโดย ซื้อตึกเพื่อผลิต PC OEM ใน Fountain Valley ในรัฐ แคลิฟอร์เนีย ในเดือนกุมภาพันธ์ คุณภาพที่เพิ่มขึ้นของระบบการผลิตของ Kingston Technology จนได้รับการรับรองว่าถึงข้อกำหนดของมาตรฐาน ISO 9001/ANSI/ASQC Q9001 โดย SGS International Certification Services

ปี ค.ศ. 2542
ในเดือน กรกฎาคม John Tu และ David Sun ได้ซื้อหุ้น 80% ของ Kingston คืนจาก Softbank ในจำนวนเงิน 450 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ Kingston ได้นำเสนอ ValueRAM® ซึ่งเป็น memory มีคุณภาพสูง ราคาถูก โดยออกแบบขึ้นเพื่อ System Integrators ใช้ใน white box solutions ในเดือน กันยายน Kingston ได้เปิดโรงงานการผลิต ที่ปีนัง ประเทศ มาเลเซีย

ปี ค.ศ. 2543
Kingston เปิดตัว บริษัท Advanced Validation Labs, Inc. (AVL) เป็นบริษัทในเครือซึ่งให้บริการในด้าน memory validation นอกจากนี้ยังเปิดบริษัทใหม่คือ StorCase® Technology, Inc. ซึ่งแยกตัวออกมาจาก Kingston Storage Product Division (SPD) ในเดือนมิถุนายน Kingston ได้ประกาศใช้รูปแบบ supply chain management ใหม่กับกระบวนการการผลิต memory ภายใต้บริษัท Payton Technology Inc. ซึ่งตั้งขึ้นเพื่อดูแลระบบใหม่นี้ นิตยสาร Forbes จัดอันดับ Kingston ในอันดับที่ 141 จาก 500 บริษัทเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา (The 500 Largest Private Companies in the U.S.) โดยมีรายได้รวมทั้งหมด 1.5 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ ในปี 1999

ปี ค.ศ. 2544
เดือนมีนาคม Kingston ประกาศก่อตั้งแผนกตลาดผู้บริโภค (Consumer Market Division (CMD)) ซึ่งดูแลทางด้านช่องทางการขายในส่วนร้านค้า (Retail) และ ร้านค้าทางอินเตอร์เนท (e-tail) Kingston ได้รับเกียรติแต่งตั้ง จาก Industrial Week ให้เป็นหนึ่งใน “Top 5 Global Manufacturing Company”

ปี ค.ศ. 2545
ในเดือน มกราคม Kingston ติดอันดับใน 100 บริษัทที่น่าทำงานมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา (100 Best Companies to Work For) ของนิตยสาร Fortune เป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน เดือนกรกฎาคม Kingston เปิดตัว industry-leading memory tester ที่ได้รับสิทธิบัตร เดือนพฤศจิกายน Kingston เปิดตัว HyperX® ซึ่งเป็น high-performance memory modules และ Kingston ยังได้จดสิทธิบัตร และเปิดตัว EPOC chip-stacking technology

ปี ค.ศ. 2546
ในเดือนเมษายน Kingston ได้รับรางวัล “Diverse Supplier Award for Best Overall Performance” จาก Dell เดือนมิถุนายน ได้รับเกียรติจาก The Great Place to Work Institute ให้เป็น “Excellence in Fairness” (ความเป็นเยี่ยมในความยุติธรรม) ในเดือนสิงหาคม Kingston ลงทุนเป็นจำนวนเงิน 50 ล้านดอลล่าร์สหรัฐใน Elpida และเดือน ตุลาคม Kingston ได้นำเสนอ “Green Initiative” ในระบบการผลิต

ปี ค.ศ. 2547
Kingston ประกาศรายได้ในปี ค.ศ. 2003 เป็นจำนวน 1.8 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ iSuppli ได้จัดอันดับให้ Kingston เป็นที่หนึ่งในโลกของ ผู้ผลิต memory module for the third-party memory market ในเดือนสิงหาคม Kingston ได้ขยายระยะเวลาการรับประกันสินค้าประเภท Flash memory card เป็นการรับประกันตลอดชีพ เดือนกันยายน Kingston เปิดตัว Data Traveler Elite USB driver รุ่นใหม่ที่มี hardware-based security encryption และในเดือนตุลาคม AMD ได้ประกาศให้ Kingston เป็น “Outstanding Partner” จากผลงานการเปิดตัว AMD Athlon 64 และ Opteron

ปี ค.ศ. 2548
Kingston ทำลายสถิติรายได้ในปี 2004 โดยมีรายได้ทั้งหมด 2.4 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ iSuppli ได้จัดอันดับให้ Kingston เป็นที่หนึ่งในโลกของ ผู้ผลิต memory module for the third-party memory market เป็นปีที่สองติดต่อกัน ในเดือนพฤษภาคม Kingston เปิดตัว ValueRam Module ที่ออกแบบสำหรับ Intel-based servers เดือนกรกฎาคม Kingston ได้รับสิทธิบัตรของสหรัฐอเมริกาใน Dynamic burn-in tester สำหรับ server memory Kingston ยังได้ลงทุนเงินจำนวน 26 ล้านดอลล่าร์สหรัฐในการเปิดบริษัท Tera Probe ซึ่งป็นบริษัทที่ใหม่และใหญ่ที่สุดในด้าน wafer testing ของโลก แบะในเดือนกันยายน Kingston ได้เปิดโรงงานผลิต memory module ที่ใหญ่ที่สุดในโลกขึ้นที่ เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน

ปี ค.ศ. 2549
Kingston สามารถก้าวถึงหลัก 3 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ โดยมีรายได้รวมในปี 2005 เป็นจำนวน 3 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ และ iSuppli ได้จัดอันดับให้ Kingston เป็นที่หนึ่งในโลกของ ผู้ผลิต memory module for the third-party memory market เป็นปีที่สามติดต่อกัน ในเดือนมีนาคม นำเสนอ Fully-secure 100% USB drive เป็นครั้งแรกใน 128-bit hardware-based encryption และต่อมาใน 256-bit hardware encryption เดือนเมษายน Kingston ได้เปิดตัว Fully-Buffered Dimms (FBDIMMs) ซึ่งสามารถทลายอุปสรรคของ 16GB เดือนสิงหาคม Kingstion เจาะตลาด Portable Media ด้วย KPEX (Kingston Portable Entertainment eXperience) และในเดือนกันยายน Kingston ได้รับรางวัล “Outstanding Supplier Award for Expecptional Support, Quality and Timely Delivery” จากผลิตภัณฑ์ FB-DIMMS โดย Intel

ปี ค.ศ. 2550
Kingston ประกาศรายได้ในปี ค.ศ. 2006 เป็นจำนวน 3.7 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ โดยถือเป็นรายได้ที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ 20 ปี ในเดือนมกราคม ปีค.ศ. 2007 นิตยสาร Inc. ให้เกียรติมอบรางวัล Inaugural Distinguished Alumni Goldhirsh Award แก่ผู้ก่อตั้ง Kingston Technology และ iSuppli ได้จัดอันดับให้ Kingston เป็นที่หนึ่งในโลกของ ผู้ผลิต memory module for the third-party memory market เป็นปีที่สี่ติดต่อกัน

ปี ค.ศ. 2551
Kingston reports revenues of $4.5B for 2007, marking the highest revenues attained in its 20-year history.




    Red Head Timeline

เกี่ยบกับ รูปโลโก้ศีรษะสีแดงของ Kingston

2530 — Kingston ได้ก่อตั้งขึ้นโดยยังไม่มีโลโก้รูปศีรษะสีแดง

2532 — บริษัทโฆษณาได้คิดค้นแคมเปญ “Improve Your Memory” (พัฒนาความทรงจำ) โดยในโฆษณามีรูปมือที่กำลังติดตั้ง memory ลงในส่วนนึงของศีรษะคน

2533 — โลโก้แรกของ Kingston ได้ถูกคิดค้นขึ้น โดยใช้แรงบันดาลใจจากโฆษณา เป็นรูปวาดของ modules ถูกใส่ลงให้ศีรษะที่เปิดอยู่

2535 —  ศิลปินชื่อ Fraser ได้รับมอบหมายให้สร้างสรรค์ผลงานที่เรียบง่ายแต่มีพลังของรูปศีรษะ ซึ่งต้องถ่ายทอดถึงเทคโนโลยี เขาได้ออกแบบมา สามสี่ รูปแบบ และหนึ่งในอันถูกเลือกมาเป็นโลโก้ คือรูป ศีรษะเดี่ยวที่รายล้อมไปด้วยอุปกรณ์คอมพิวเตอร์

2536 – ปัจจุบัน — รูปศีรษะได้ถูกปรับปรุงและภาพอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต่างๆ ถูกเอาออกไป คงไว้แต่รูปศีรษะสีแดงของ Kingston เท่านั้น โดยเป็นทีเรียกกันในหมู่เพื่อนว่า Rex ซึ่งรูปนี้ไม่ได้เปลี่ยนไปมากนักในเวลาหลายปีที่ผ่านมา ผู้คนทั่วใจสามารถจดจำรูปภาพนี้ว่าสัญลักษณ์ของผู้นำทางด้าน independent memory ของโลก




© 2009 Kingston Technology Company-สงวนลิขสิทธิ์