6 วิธีในการเพิ่มความเร็วให้กับเครื่อง Mac ของคุณ

6 วิธีในการเพิ่มความเร็วให้กับเครื่อง Mac ของคุณ

หากเครื่อง Mac ของคุณทำงานช้าลง อาจถึงเวลาในการดูแลรักษาเครื่องของคุณแล้ว คุณไม่ต้องทุบกระปุกเพื่อเพิ่มความเร็วให้กับเครื่อง iMac หรือ MacBook ของคุณ เราได้จัดทำรายการคำแนะนำต่าง ๆ เพื่อให้คุณสามารถทดลองเพิ่มความเร็วให้กับเครื่อง Mac ของคุณโดยไม่ต้องเปลี่ยนชิ้นส่วนใด ๆ

ปิดโปรแกรมที่ใช้พลังงานมาก
Mac Activity Monitor

หนึ่งในวิธีที่ง่ายที่สุดในการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเครื่อง iMac หรือ MacBook ของคุณคือปิดแอพและโปรแกรมที่ไม่ได้ใช้งานทั้งหมด เครื่อง Mac ของคุณอาจต้องแบ่งหน่วยความจำและกำลังการประมวลผลของ CPU ไปยังโปรแกรมที่คุณไม่ได้ใช้งาน วิธีนี้จะช่วยเพิ่มพื้นที่และลดภาระการทำงานจากโปรแกรมที่ไม่ต้องการที่ทำให้ประสิทธิภาพของเครื่องลดลง

นอกจากนี้ยังมีโปรแกรม Activity Monitor ที่จะแสดงกระบวนการทำงานทั้งหมดที่เกิดขึ้นในเครื่อง Mac ของคุณ คุณสามารถเปิด Activity Monitor ได้จาก System Preference > Utilities หรือค้นหาและเปิดโปรแกรมโดยกด Command + สเปซบาร์ แอพและโปรแกรมบางตัวจะใช้พลังงานและทรัพยากรมากกว่าโปรแกรมหรือแอพตัวอื่น Activity Monitor จะแยกย่อยระดับการใช้ทรัพยากรของแต่ละโปรแกรมที่คุณเปิดในปัจจุบัน แยกเป็น CPU, Memory, Energy, Disk และ Network

เลือกแท็บ CPU จากนั้นคุณจะเห็นว่าแอพหรือโปรแกรมแต่ละตัวใช้กำลังการประมวลผลของ CPU อยู่เท่าใด ปิดโปรแกรมหรือแอพที่ไม่ได้ใช้ โดยเฉพาะหากต้องใช้ทรัพยากรจาก CPU เป็นจำนวนมาก Activity Monitor เป็นเครื่องมือที่เป็นประโยชน์ในการตรวจสอบระดับการใช้ทรัพยากรของแอพและโปรแกรมของคุณ

ล้างข้อมูลการเริ่มต้นการทำงานของคอมพิวเตอร์

แอพและโปรแกรมรบกวนทีเปิดขึ้นมาทุกครั้งที่เริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์อาจเป็นปัญหาที่ทำให้เครื่องทำงานช้าลง เปิด System Preferences แล้วคลิกที่ Users & Groups’ จากจุดนี้ เลือกแท็บ Login Items’ เพื่อดูว่าแอพและโปรแกรมใดที่ตั้งค่าให้เรียกใช้เมื่อเปิดเครื่อง iMac หรือ MacBook ของคุณ เลือกโปรแกรมที่ไม่ต้องการเรียกใช้ระหว่างเริ่มการทำงาน แล้วคลิกที่เครื่องหมายลบที่ด้านล่างของรายการเพื่อลบ

การซิงค์ผ่าน iCloud

การซิงค์ไฟล์และภาพถ่ายของคุณกับ iCloud ผ่านเครื่องเดสก์ทอปและอุปกรณ์ต่าง ๆ อาจทำให้เครื่อง Mac ทำงานช้าลงได้เช่นกัน ขณะใช้ iCloud หลีกเลี่ยงการจัดเก็บไฟล์และเอกสารขนาดใหญ่ในเดสก์ทอปของคุณ ให้เก็บเอกสารและไฟล์ที่จำเป็นไว้ในเดสก์ทอปเท่านั้นเพื่อให้การทำงานรวดเร็ว และเพื่อให้ใช้เวลารอในการซิงค์ไฟล์ทั้งหมดของคุณน้อยลง

ซึ่งรวมไปถึงการซิงค์ภาพถ่ายของคุณผ่าน iCloud หากเครื่อง Mac วุ่นอยู่กับการซิงค์ภาพถ่ายทั้งหมดไปยังอุปกรณ์ของคุณหรือกลับกัน คุณสามารถปิด iCloud Photos จากอุปกรณ์เพื่อให้ Mac ไม่ต้องทำงานหนักเกินไปและส่งผลให้การทำงานช้าลง

เพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้อมูล

ไม่แปลกที่เครื่อง Mac ของคุณจะทำงานช้าลงหากคุณมีพื้นที่จัดเก็บข้อมูลเหลือน้อยหรือเกือบเต็มแล้ว ภาพถ่าย วิดีโอ และไฟล์เพลง เป็นไฟล์ขนาดใหญ่ที่มักใช้พื้นที่จัดเก็บข้อมูลเป็นจำนวนมาก

หลายคนคิดว่าการจัดซื้อ iCloud จะเป็นทางแก้ไขปัญหาพื้นที่เก็บข้อมูลที่เหลือน้อย แต่อาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป หากคุณลบไฟล์ข้อมูลของคุณจากเครื่อง Mac หลังจากสำรองข้อมูลไปยัง iCloud คุณกำลังลบข้อมูลจากอุปกรณ์ทั้งหมดของคุณด้วย หากคุณมี iCloud อยู่แล้ว และซิงค์อยู่กับอุปกรณ์ทั้งหมดของคุณ ไฟล์และเอกสารเป็นจำนวนมากอาจถูกเก็บไว้ในเครื่อง Mac ของคุณทำให้สิ้นเปลืองพื้นที่จัดเก็บข้อมูล เช่น ภาพที่คุณถ่ายจาก iPhone ที่ซิงค์กับ iCloud จะถูกเก็บไว้ในเครื่อง Mac ของคุณด้วยทำให้สิ้นเปลืองพื้นที่จัดเก็บข้อมูล

แนะนำให้ปิดการซิงค์ภาพผ่าน iCloud ที่เครื่อง Mac ของคุณ ยังมีบริการอื่น ๆ ที่คุณสามารถใช้เพื่อสำรองข้อมูลไฟล์และเอกสารของคุณทั้งหมดผ่านคลาวด์เพื่อให้สามารถลบออกจากคอมพิวเตอร์ของคุณได้ บริการเช่น DropBox และ Google Drive ใช้เพื่อสำรองข้อมูลไฟล์ข้อมูลของคุณในลักษณะเดียวกัน เช่น ภาพถ่าย ผ่านคลาวด์โดยไม่ต้องจัดเก็บไว้ในเครื่อง Mac เพื่อให้สามารถสืบค้นได้

เพลงดาวน์โหลดของคุณก็อาจใช้พื้นที่จัดเก็บข้อมูลใน Mac เป็นจำนวนมากเช่นกัน คุณสามารถประหยัดพื้นที่จัดเก็บข้อมูลได้โดยการย้ายไฟล์เพลงไปยังฮาร์ดไดร์ฟต่อพ่วงเพื่อเพิ่มพื้นที่ให้กับคอมพิวเตอร์ของคุณ หรือสามารถใช้บริการสตรีมมิ่งเช่น Apple Music เพื่อให้คุณสามารถย้ายเพลงทั้งหมดไปยังคลาวด์เพื่อลบเพลงเหล่านี้จาก Mac และสืบค้นได้ทุกเมื่อจากอุปกรณ์อื่น ๆ ที่ใช้งาน นอกจากนี้คุณยังสามารถรับประโยชน์จากการสตรีมผ่าน Apple Music เพื่อรับฟังเพลงหรือศิลปินที่ชื่นชอบได้โดยไม่ต้องดาวน์โหลดเพลงไปยังเครื่อง Mac ของคุณหากคุณสามารถเชื่อมต่อ Wi-Fi

ลบไฟล์เก่าที่ไม่ได้ใช้งาน ล้างถังขยะ
MacOS Big Sir Recommendations

วิธีง่าย ๆ ที่รวดเร็วในการเพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้อมูลเพื่อเพิ่มความเร็วให้กับเครื่อง Mac ของคุณคือการลบไฟล์เก่าและไฟล์ที่ไม่ได้้ใช้งานหรือการล้างถังขยะ แนะนำให้ตรวจสอบเครื่อง Mac ของคุณเป็นระยะ ๆ เพื่อตรวจหาไฟล์เก่าหรือไฟล์และเอกสารต่าง ๆ ที่ไม่ได้ใช้งาน การเก็บข้อมูลเหล่านี้ไว้ในเครื่องขณะไม่ได้ใช้จะทำให้สิ้นเปลืองพื้นที่จัดเก็บข้อมูลและทำให้ประสิทธิภาพของเครื่อง Mac ของคุณลดลง

อย่าลืมลบข้อมูลจากโฟลเดอร์ Downloads ของคุณด้วย เปิด Finder’ จากนั้นเข้าไปที่โฟลเดอร์ Downloads ของคุณเพื่อลบรายการในถังขยะ โฟลเดอร์ Downloads มักถูกมองข้ามและมีเอกสารและไฟล์ข้อมูลเป็นจำนวนมากที่คุณลืมทิ้งไว้

สำรองข้อมูลไฟล์และเอกสารเก่า ๆ ไปยังฮาร์ดไดร์ฟต่อพ่วง และลบจากเครื่อง Mac ของคุณ หากคุณไม่ต้องใช้ข้อมูลเหล่านี้อีกต่อไป สามารถลบได้จากคอมพิวเตอร์ทุกเมื่อ อย่าลืมล้างถังขยะหลังทำการลบข้อมูลเหล่านี้แล้ว ไฟล์ข้อมูลและเอกสารของคุณที่ถูกลบจะต้องใช้พื้นที่จัดเก็บข้อมูลในถังขยะหากคุณไม่ล้างข้อมูลในถังขยะ

คุณสามารถตั้งค่าในระบบให้ล้างถังขยะเป็นระยะ ๆ เพื่อที่คุณจะไม่ต้องล้างข้อมูลด้วยตัวเอง คลิกที่โลโก้ Apple ที่แถบเมนู เลือก About This Mac’ คลิกที่ Storage’ จากนั้นคลิกที่ Manage’ จากจุดนี้ คุณสามารถตั้งค่าให้ถังขยะลบข้อมูลอัตโนมัติทุก ๆ 30 วัน

ลดหรือปิดการใช้กราฟิก
MacOS Big Sir Dock & Menu Var

คอมพิวเตอร์ Apple โดยปกติสามารถเรียกใช้ MacOS ได้โดยไม่มีปัญหา แต่บางครั้งก็อาจต้องทำงานอย่างหนักเพื่อรักษาเสถียรภาพในการทำงาน การลดหรือปิดการใช้กราฟิกจะช่วยให้เครื่อง Mac ทำงานได้เร็วขึ้น

บางคนเลือกปิดใช้งาน Dock เพื่อไม่ให้เครื่องทำงานช้า ทำได้โดยคลิกที่ System Preference, Dock แล้วลบเครื่องหมายที่ช่องต่อไปนี้

    • การขยายขนาด
    • การสร้างแอนิเมชั่นจากแอพพลิเคชั่นที่เปิดใช้งาน
    • ซ่อนและแสดงด็อคอัตโนมัติ

นอกจากนี้คุณยังสามารถคลิกที่ Minimize windows using’ แล้วแก้ไข Genie Effect เป็น Scale Effect

มาตรการขั้นสุดท้าย

หากขั้นตอนเหล่านี้ไม่เกิดประโยชน์ ทางเลือกสุดท้ายของคุณคือลองรีเซ็ตเครื่อง Mac ทั้งหมดแล้วติดตั้ง OS ใหม่ นี่ถือเป็นมาตรการขั้นสุดท้ายเนื่องจากคุณจะต้องลบข้อมูลในไดร์ฟบู๊ตของคุณทั้งหมด ไฟล์ทั้งหมดใน System และ User Libraries ที่จัดเก็บไว้ตลอดการใช้งานจะถูกลบทิ้งทั้งหมด

เราขอแนะนำให้สำรองข้อมูลไฟล์ที่สำคัญ รวมทั้งเอกสาร ภาพถ่าย เพลง และข้อมูลอื่น ๆ ที่คุณอาจต้องใช้หลังจากติดตั้ง OS ใหม่ ในตอนท้าย หากเกิดสถานการณ์ที่เลวร้ายและเครื่อง Mac ของคุณยังไม่ดีขึ้น คุณอาจต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่