ไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อปรับปรุงคุณสมบัติและฟังก์ชั่นการทำงาน การใช้ไซต์นี้จะถือว่าคุณให้ความยินยอมตามนี้ เราให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวของคุณและการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล กรุณาศึกษานโยบายเกี่ยวกับคุ้กกี้ และ นโยบายความเป็นส่วนตัว ของเราฉบับอัพเดตล่าสุด
NVMe vs SATA - IOPS สูงสุด 1M
นอกจากนี้ SATA SSD มีความแตกต่างจาก NVMe SSD อย่างไร

ภาพรวม

ทุกคนต่างคาดหวังประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้นเรื่อย ๆ การใช้งานเช่น งานวิเคราะห์ข้อมูลเป็นจำนวนมาก งานเสมือนจริงของระบบเซิร์ฟเวอร์และฐานข้อมูลประสิทธิภาพสูงต้องอาศัยระบบจัดเก็บข้อมูลที่มีค่าหน่วงเวลาต่ำและมีประสิทธิภาพระดับสูงสุดเพื่อให้ผลการทำงานดีที่สุดและ ROI คุ้มค่าทั้งในระดับเซิร์ฟเวอร์และศูนย์ข้อมูล จะต้องสามารถสืบค้นและประมวลผลข้อมูลเป็นจำนวนมากได้อย่างรวดเร็

รวดเร็วเพื่อให้แอพพลิเคชั่นปลายทางเป็นไปตามความคาดหวัง ซึ่งทั้งหมดนี้เชื่อมโยงโดยตรงกับขีดความสามารถของระบบจัดเก็บข้อมูลของระบบโดยรวม ปัจจุบันมีการใช้หลายวิธีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับงานด้านการจัดเก็บข้อมูล แต่ทุกวิธีจะให้ผลที่แตกต่างกันไป

ความเป็นมา

นักออกแบบศูนย์ข้อมูลหลายคนในปัจจุบันจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีแบบเดิม “ที่พอใช้ได้” เพื่อรองรับเงื่อนไขในการทำงานของแอพพลิเคชั่นเดิมและแอพพลิเคชั่นรุ่นใหม่ ๆ และยังต้องหาทางลดค่าใช้จ่ายเพื่อเพิ่มผลตอบแทนการลงทุน (ROI) แนวทางนี้มักทำให้เกิดความยุ่งยากและยังไม่เกิดประโยชน์ด้านต้นทุนในการครอบครอง (TCO) กลุ่มอุตสาหกรรมจึงต้องเริ่มมองหาเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น NVMe และ PCIe ซึ่งเป็นโปรโตคอลจัดเก็บข้อมูลและอินเทอร์เฟซยุคใหม่เพื่อใช้แทนอินเทอร์เฟซเดิม ๆ เช่น SATA/AHCI การแทนที่เทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยลดความซับซ้อนและต้นทุน รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพและลดค่าหน่วงเวลาในการทำงานลง

การวิเคราะห์ประสิทธิภาพในการทำงาน

เป้าหมายหลักของเอกสารทางเทคนิคชุดนี้คือเพื่อศึกษาวิธีการต่าง ๆ ในการตอบสนองเงื่อนไข IOPS ที่ 1M และการจัดเก็บข้อมูลที่ 6Gb/s ผ่าน SSD แบบต่าง ๆ นอกจากนี้ SATA SSD มีความแตกต่างจาก NVMe SSD อย่างไร สิ่งสำคัญคือเราจะต้องเข้าใจว่าต้องใช้งานไดร์ฟเป็นจำนวนเท่าใด มีเงื่อนไขใดด้าน HBA มีข้อแตกต่างด้านการใช้พลังงานรวมอย่างไร และมีผลกระทบต่อค่าหน่วงเวลาในการทำงานอย่างไร คาดกันว่า NVMe SSD หนึ่งตัวสามารถแทนที่ SATA SSD แบบเก่าที่ทำงานเบื้องหลังการ์ดอะแดปเตอร์ Host Bus NVMe SSD ช่วยลดความยุ่งยากและการสิ้นเปลืองพลังงาน นอกจากนี้ยังมีประสิทธิภาพที่เหนือกว่าและ TCO สำหรับศูนย์ข้อมูลที่เหนือกว่า

ผลลัพธ์

จากการทดสอบนี้ เราพบประเด็นสำคัญสามข้อ ได้แก่ Kingston DCP1000 Add In Card ช่วยให้

1) IOPS สูงกว่าถึง 1 ล้านรายการและความเร็วในการโอนข้อมูลสูงถึง 6GB/s
2) ใช้พลังงานลดลง 70% เมื่อเทียบกับ 12x SATA SSD และ 3x HBA
3) ค่าหน่วงเวลาต่ำกว่า 65% เมื่อเทียบกับ SATA แบบเดิม ๆ
4) ลดความยุ่งยากและช่วยเพิ่ม TCO ของศูนย์ข้อมูลอย่างมาก

ตาราง 1: เงื่อนไขสำหรับ SATA SSD vs. NVMe SSD เพื่อให้ได้ IOPS ที่ และประสิทธิภาพในการจัดเก็บข้อมูลที่ 6GB/s
SATA SSDNVMe SSD
SSD # ตัว 12 1
HBA # ตัว 3 -
IOPS ~850K IOPS ~1.1M IOPS
อ่านแบบเรียงลำดับ ~6.7 GB/s ~6.8 GB/s
ค่าหน่วงเวลา ~175 us ~60us
พลังงานรวม ~90W ~27W
โครงร่างการทดสอบ:
โครงร่างการทำงาน DCP1000 NVMe SSD:

*โครงร่างการทำงานของ NVMe โดยการเชื่อมต่อตรงกับ Kingston DCP1000 Gen3x8 PCIe NVMe SSD

โครงร่างการทำงานของ NVMe:
  • 1xNVMe SSD

  • PCIe Gen. 3 x8

  • ~1M IOPS

  • ~6 GB/s

  • Direct Connect PCIe

  • HW รวม: 1 ชิ้น

แอพพลิเคชั่น: IOMeter Rev 1.1.0
รูปแบบการสืบค้นข้อมูลแบบสุ่ม: 4KB Rnd Rd QD=64
รูปแบบการสืบค้นข้อมูลเรียงลำดับ: 64 KB Rnd Rd QD=8
ค่าหน่วงเวลา: 4K Rnd Rd QD=1

โครงร่างการทำงานของ SATA:

*โครงร่างการทำงานของ SATA โดยใช้ Kingston SATA SSD และ LSI HBA

โครงร่างการทำงานของ SATA:
  • 12xSATA SSD

  • SATA 6Gb/วิ

  • ~100K IOPS

  • ~550 MB/s

  • 3x LSI 4-Port HBA

  • HW รวม: 30 ชิ้น

การเลือกระบบจัดเก็บข้อมูล

DCP1000 NVMe AIC มีข้อดีอย่างเห็นได้ชัด การทำงานที่เดิมต้องอาศัยชุด SATA SSD ที่เชื่อมต่อแบบซับซ้อนกับการ์ด HBA หลายตัว สามารถเกิดขึ้นได้ผ่านการ์ด DCP1000 PCIe ประสิทธิภาพสูงเพียงตัวเดียว Kingston AIC ช่วยลดความซับซ้อนและค่าใช้จ่าย และยังเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวม ทำให้สามารถทำงานได้โดยใช้อุปกรณ์ติดตั้งในเซิร์ฟเวอร์ลดลง อุปกรณ์ติดตั้งที่ลดลงทำให้ใช้ส่วนประกอบน้อยลง และช่วยลดจุดที่จะเกิดข้อผิดพลาด ทำให้เสถียรภาพในการทำงานดีขึ้น ข้อดีของการใช้ไดร์ฟ DCP1000 NVMe ในเซิร์ฟเวอร์คือการเพิ่ม TCO ของศูนย์ข้อมูลอย่างมากจากเสถียรภาพในการทำงานและการลดจำนวนระบบใช้งานสำหรับงานในรูปแบบเดียวกัน

ความฉับไวของการทำงาน

หนึ่งในข้อดีที่สำคัญของ DCP1000 NVMe AIC คือค่าหน่วงเวลาที่ลดลง ค่าหน่วงเวลาในการจัดเก็บข้อมูลดลงถึง 65% เมื่อเปรียบเทียบกับอุปกรณ์ SATA ที่ทำงานผ่าน Host Bus Adapter การ์ด Kingston DCP1000 มีประสิทธิภาพในการทำงานและความรวดเร็วที่มากกว่าเหมาะสำหรับศูนย์ข้อมูลยุคใหม่

สรุป

ผลการทดสอบพบข้อดีที่สำคัญจากการใช้ระบบจัดเก็บข้อมูล NMVe อย่าง Kingston DCP1000 เมื่อเทียบกับระบบจัดเก็บข้อมูล “ที่พอใช้ได้” แบบเก่าชนิด SATA เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้ SATA SSD หลายตัวทำงานผ่าน HBA ระบบ NVMe SSD ต่อตรงที่ใช้กับ DCP1000 จะมีประสิทธิภาพสูงกว่า มีเสถียรภาพในการทำงานมากกว่า ใช้พลังงานน้อยกว่า TCO เหนือกว่าสำหรับศูนย์ข้อมูลที่ต้องการระบบจัดเก็บข้อมูล SSD ประสิทธิภาพสูง การทำงานที่ต้องอาศัยอุปกรณ์ SATA ทั้งกล่องก่อนหน้านี้สามารถดำเนินการได้ผ่านการ์ด DCP1000 เพียงตัวเดียว!

เนื่องจาก NVMe SSD ประสิทธิภาพสูงมีข้อดีเหนือกว่าซึ่งทุกคนทราบดี จึงมีหลายคนที่เลือกโอนย้ายระบบโปรโตคอลแบบเดิมมาเป็นน PCIe และระบบจัดเก็บข้อมูลแบบ NVMe

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมหรือขอทดลอง Kingston DCP1000 Add In Card ได้โดยติดต่อตัวแทนหรือผู้จำหน่ายต่อของ Kingston ในพื้นที่

เพิ่มเติม

        Back To Top