ไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อปรับปรุงคุณสมบัติและฟังก์ชั่นการทำงาน การใช้ไซต์นี้จะถือว่าคุณให้ความยินยอมตามนี้ เราให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวของคุณและการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล กรุณาศึกษานโยบายเกี่ยวกับคุ้กกี้ และ นโยบายความเป็นส่วนตัว ของเราฉบับอัพเดตล่าสุด

การสนับสนุน

คำถามที่พบบ่อย
Part Specific FAQs

การเปลี่ยนแปลงของ Apple กับ MacOS 10.11 ทำให้ฟังก์ชั่นของไดร์ฟ USB นิรภัยของเราไม่สามารถทำงานได้ แนะนำให้อัพเดตไดร์ฟ USB นิรภัยจาก Kingston ของคุณโดยการดาวน์โหลดและติดตั้งข้อมูลอัพเดตที่จัดไว้ให้ในหน้าต่อไปนี้

ข้อมูลอัพเดตสำหรับรองรับ MacOS 10.11

หากต้องการไดร์ฟ USB นิรภัยแบบเฉพาะ กรุณาติดต่อฝ่าย IT ของคุณ

หากคุณใช้ไดร์ฟ DT4000M หรือ DT4000M-R กรุณาติดต่อฝ่ายบริการทางเทคนิค

FAQ: KTD-DT4000G2-ELCAP
ไม่ได้ ข้อมูลในไดร์ฟจะไม่สามารถกู้คืนได้ แม้ว่าคุณจะกำหนดรหัสผ่านใหม่ ข้อมูลในไดร์ฟจะถูกลบทิ้งและคีย์เข้ารหัสใหม่จะถูกจัดทำขึ้น จำนวนการกรอกรหัสผ่านที่ล้มเหลวจะไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้ด้วยเช่นกัน หากคุณไม่สามารถระบุรหัสผ่านสำหรับไดร์ฟ ข้อมูลในไดร์ฟจะสูญหาย

FAQ: KDT-111714-PRV-05

DataTraveler ต้องการอักขระกำกับไดร์ฟต่อเนื่องสองตัวต่อจากของไดร์ฟทางกายภาพตัวล่าสุดที่ปรากฏขึ้นก่อน "ช่องว่าง" ในส่วนกำหนดอักขระกำกับไดร์ฟ (ดูภาพด้านล่าง) ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการแชร์เครือข่าย เนื่องจากเป็นการกำหนดรายการตามโพรไฟล์ผู้ใช้ ไม่ใช่โพรไฟล์ฮาร์ดแวร์ระบบ จึงมีการแจ้งใน OS

ซึ่งหมายความว่า Windows อาจกำหนดอักขระกำกับไดร์ฟให้กับ DataTraveler ซึ่งถูกใช้งานอยู่โดยส่วนแชร์เครือข่ายหรือในเส้นทาง Universal Naming Convention (UNC) ทำให้อักขระกำกับไดร์ฟชนกัน ในกรณีนี้ กรุณาติดต่อผู้ดูแลระบบหรือฝ่ายให้บริการเพื่อแก้ไขอักขระกำกับไดร์ฟใน Windows Disk Manager (ต้องใช้สิทธิ์ผู้ดูแลระบบ)

จากตัวอย่างนี้ DataTraveler ใช้ F: ซึ่งเป็นอักขระกำกับไดร์ฟตัวแรกที่มีต่อจาก E: (ดิสก์กายภาพล่าสุดก่อนช่องว่างในอักขระกำกับไดร์ฟ เนื่องจากตัว G: เป็นส่วนแชร์เครือข่าย ไม่ใช่โพรไฟล์ฮาร์ดแวร์ DataTraveler อาจพยายามใช้เป็นอักขระกำกับไดร์ฟตัวที่สอง ทำให้เกิดอักขระซ้ำกันขึ้น

หากไม่มีส่วนแชร์เครือข่ายในระบบของคุณ แต่ DataTraveler ยังไม่ยอมโหลดขึ้นมา อาจเป็นไปได้ว่าการ์ดรีดเดอร์ ดิสก์ต่อพ่วงหรืออุปกรณ์อื่นที่ติดตั้งไว้ก่อนหน้าใช้อักขระกำกับไดร์ฟดังกล่าว และทำให้เกิดข้อขัดแย้งขึ้น

ทั้งนี้ Drive Letter Management หรือ DLM มีการปรับปรุงให้ดีขึ้นมากใน Windows XP SP3, Vista และ 7 คุณจึงอาจไม่พบปัญหานี้ แต่หากยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ กรุณาติดต่อฝ่ายบริการทางเทคนิคของ Kingston เพื่อรับความช่วยเหลือเพิ่มเติม

FAQ: KDT-011411-PRV-02

ไดรฟ์ออกแบบมาให้มีการเข้ารหัส 100% ระบบความปลอดภัยในไดรฟ์ไม่สามารถลบหรือปิดการทำงานได้

FAQ: KDT-012914-PRV-04

ปัญหาอาจเกิดมาจากข้อมูลอัพเดตไปลบโฟลเดอร์ Temp สำหรับผู้ใช้ของคุณ ไดร์ฟใช้ข้อมูลในส่วนนี้เพื่อเรียกใช้ซอฟต์แวร์ระบบความปลอดภัย

การเข้าไปยังตำแหน่งโฟลเดอร์นี้ทำได้โดยยกเลิกการซ่อนไฟล์และโฟลเดอร์ทั้งหมดก่อน ยกเลิกการซ่อนไฟล์และโฟลเดอร์โดยคลิกขวาที่ปุ่ม Start จากนั้นเลือก File Explorer คลิกที่ File ด้านบน จากนั้นเลือก Change Folder and Search Options คลิกที่แท็บ View จากนั้นเลือก Show Hidden Files and Folders

หลังจากยกเลิกการซ่อน ให้เข้าไปที่ C: drive>Users>Username (ชื่อผู้ใช้อาจเป็นชื่อคุณ)>App Data หากไม่มีไฟล์ Temp ให้สร้างโฟลเดอร์ใหม่และตั้งชื่อเป็น Temp หลังจากเสร็จสิ้น ลองใช้งานไดร์ฟอีกครั้ง

FAQ: KDT-101515-PRV-08
General USB FAQs

แม้ว่าจะสามารถบู๊ตได้จาก DataTraveler แต่ไม่ใช่คุณสมบัติการทำงานที่ Kingston รองรับไดร์ฟเหล่านี้มีไว้เพื่อจัดเก็บข้อมูลเท่านั้น

FAQ: KTD-082913-GEN-27

ในการโอนไฟล์ขนาดใหญ่กว่า 4GB DataTraveler จะต้องใช้ระบบไฟล์ NTFS หรือ exFAT ทั้งนี้ระบบไฟล์ FAT32 ไม่รองรับการจัดการไฟล์ที่มีขนาดใหญ่กว่า 4GB (ต้องต่ำกว่า 4GB หนึ่งไบต์) ทำตามขั้นตอนด้านล่างเพื่อฟอร์แมต DataTraveler เป็นระบบ NTFS

คำเตือน ข้อมูลทั้งหมดใน DataTraveler จะหายไป! กรุณาสำรองข้อมูลใน DataTraveler ก่อนดำเนินการต่อ

  1. ไปที่ My Computer (Computer ใน Vista และ 7) คลิกขวาที่ไดร์ฟ Kingston จากนั้นเลือก Format
  2. เลือก NTFS หรือ exFAT จากส่วนแสดงรายการระบบไฟล์
  3. เลือก Quick Format เป็นตัวเลือกในการฟอร์แมต จากนั้นคลิก Start
    หมายเหตุ: หากไม่มีตัวเลือก NTFS ให้ปิดหน้าต่าง Format จากนั้นทำตามขั้นตอน 4-9
  4. คลิกขวาที่ My Computer (Computer จาก Vista) จากนั้นเลือก Properties
  5. เลือกแท็บ Hardware จากนั้นคลิก Device Manager
  6. ขยายดิสก์ไดร์ฟ จากนั้นคลิกขวาที่ไดร์ฟ Kingston เลือก Properties
  7. คลิกที่แท็บ Policies จากนั้นเลือก "Optimize for performance"
  8. คลิก OK
  9. ทำซ้ำขั้นตอนที่ 1-3

ทั้งนี้ MacOS 10.6.5 รองรับความเร็วในการอ่านและเขียนเต็มประสิทธิภาพสำหรับไดร์ฟ exFAT MacOS ยังสามารถอ่านอย่างเดียวในไดร์ฟ NTFS ได้

อุปกรณ์บางตัว (เครื่องเล่น MP3 กรอบภาพดิจิตอล ฯลฯ) ไม่สามารถอ่านไฟล์ NFTS หรือ exFAT ได้

นอกจากนี้จะต้องอัพเดต Windows XP และ Vista เพื่อให้สามารถค้นข้อมูล exFAT ได้/p>

FAQ: KDT-010611-GEN-05
Windows related FAQs

เนื่องจาก DataTraveler มีขนาดตั้งแต่ 32GB ขึ้นไป Windows 7 จึงไม่อนุญาตให้ฟอร์แมตเป็น FAT32 คุณจะต้องแปลงข้อมูลผ่าน Command Prompt คลิกที่ Start>Run จากนั้นพิมพ์ CMD แล้วคลิกปุ่ม OK จากพรอมท์ ให้พิมพ์ข้อความต่อไปนี้ (ดูภาพ) F เป็นอักขระกำกับไดร์ฟ ให้แทนที่ด้วยอักขระกำกับไดร์ฟที่คุณใช้ กรุณาเว้นช่องว่างให้ถูกต้อง

FAQ: KDT-010611-GEN-14

เราพบปัญหานี้เมื่อซอฟต์แวร์ความปลอดภัยบล็อคผู้ใช้ไม่ให้เขียนไปยังแผ่น CD/DVD เรียกใช้ gpedit.msc ไปที่ Windows settings>security setting>local policies>security options แล้วปิดค่า Devices: Restrict CD-ROM access to locally logged-on user only ไว้

อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อมากเกินไปในคอมพิวเตอร์รุ่นเก่าอาจทำให้เกิดปัญหานี้ได้เช่นกัน หลังจากล้างอุปกรณ์ทั้งหมดแล้ว ไดร์ฟจะสามารถใช้งานได้อีกครั้ง ทำได้โดยไปที่ start จากนั้นพิมพ์ regedit ในฟิลด์ค้นหา สำรองข้อมูลรีจิสตรี้ไว้ก่อนทำการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ต่อไปนี้เป็นคำแนะนำในการสำรองข้อมูลรีจิสตรี้ของคุณ

http://windows.microsoft.com/th-TH/windows-vista/Back-up-the-registry

จากรายการไดเรคทอรี่ทางด้านซ้าย ค้นหา HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\MountedDevices ลบรายการทั้งหมดยกเว้นค่าเริ่มต้น (เนื่องจากไม่สามารถลบได้อยู่แล้ว)

สามารถไปที่ Device Manager เมื่อเชื่อมต่อ Data Traveler เพื่อดูว่าไดร์ฟปรากฏขึ้นพร้อมกับเครื่องหมายอัศเจรีย์สีเหลืองหรือไม่ การยกเลิกการติดตั้งอุปกรณ์ที่มีเครื่องหมายอัศเจรีย์ และการสแกนฮาร์ดแวร์ใหม่อาจสามารถแก้ไขปัญหาได้ในบางครั้ง ลองใช้วิธีนี้แม้จะไม่มีเครื่องหมายอัศเจรีย์สีเหลืองปรากฏขึ้นที่อุปกรณ์ ต้องเรียกใช้เป็น Admin เพื่อดำเนินการในขั้นตอนนี้หากล็อกอินเป็น non-Admin

ตรวจสอบค่าสำหรับโปรแกรมความปลอดภัย (Norton, Symantec ฯลฯ)

FAQ: KDT-121311-PRV-03
ไลฟ์แชทกับฝ่ายบริการทางเทคนิค

Monday-Friday 6 a.m.-6 p.m. PST

ติดต่อฝ่ายบริการทางเทคนิค

1(800)435-0640

Monday-Friday 6 a.m.-6 p.m. PST

        Back To Top