หลักเกณฑ์การดำเนินงานสำหรับซัพพลายเออร์ของ Kingston

Kingston Technology Company, Inc. และส่วนปฏิบัติการของบริษัททั่วโลก (เรียกต่อจากนี้ว่า “Kingston”) มุ่งมั่นในการปฏิบัติตามแนวทางด้านความรับผิดชอบต่อสังคม หลักเกณฑ์การดำเนินงานนี้จัดทำขึ้นเพื่อส่งเสริมสภาพแวดล้อมในการทำงานของหน่วยงานของเรา ให้มีความปลอดภัยและมีการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม Kingston เชื่อว่าการนำหลักเกณฑ์การดำเนินงานนี้มาใช้กับส่วนปฏิบัติการทางธุรกิจของเรา จะช่วยให้เราสามารถส่งเสริมและรักษาความซื่อตรงในการดำเนินงานทางธุรกิจของเราในทุก ๆ ด้าน เพื่อปฏิบัติตามนโยบายที่สอดรับกับแนวทางด้านความรับผิดชอบต่อสังคม Kingston คาดหวังให้ซัพพลายเออร์ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์นี้ ซึ่งเป็นมาตรฐานการรักษาสิ่งแวดล้อม ความสัมพันธ์กับสังคม หลักจริยธรรม ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล คุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ สวัสดิภาพและความปลอดภัยของพนักงาน รวมถึงระบบการจัดการต่าง ๆ มาตรฐานเหล่านี้คือปัจจัยต่าง ๆ ที่ Kingston ใช้ในการคัดเลือกซัพพลายเออร์

ซัพพลายเออร์ควรมีระบบที่จัดไว้เพื่อควบคุมมาตรฐานตามที่ระบุไว้ในหลักเกณฑ์การดำเนินงานชุดนี้ รวมทั้งกฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง หากมีการละเมิดหลักเกณฑ์นี้ Kingston อาจมีการยกเลิกความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับซัพพลายเออร์ดังกล่าว ซัพพลายเออร์ควรมีการประสานกับฝ่ายประเมินผลการดำเนินงานของ Kingston กับหลักเกณฑ์การดำเนินงานนี้เป็นระยะ ๆ

A. แรงงาน

มาตรฐานแรงงาน ได้แก่:

  1. การจ้างงานโดยสมัครใจ

    การไม่ใช้แรงงานภาคบังคับ แรงงานทาส (หรือใช้มูลหนี้เพื่อบังคับใช้แรงงาน) หรือแรงงานขัดหนี้ การใช้แรงงานของผู้ต้องขังโดยไม่สมัครใจ แรงงานทาสหรือการซื้อขายแรงงานอย่างผิดกฎหมายใด ๆ ซึ่งรวมไปถึงการขนส่ง ขนย้าย คัดสรรหรือส่งต่อหรือรับบุคคลใด ๆ โดยวิธีการที่เป็นการข่มขู่ ใช้กำลัง ขู่บังคับ ลักพาหรือโดยวิธีการฉ้อโกงเพื่อให้ได้แรงงานหรือบริการใด ๆ ห้ามไม่ให้กำหนดข้อจำกัดใด ๆ ที่ไม่มีเหตุสมควรซึ่งกระทบต่อเสรีภาพในการเคลื่อนย้ายภายในส่วนปฏิบัติการของแรงงาน รวมทั้งข้อจำกัดอันไม่สมเหตุสมผลใด ๆ เกี่ยวกับการเข้าและออกจากพื้นที่ที่บริษัทจัดไว้ให้ ภายใต้กระบวนการจ้างงาน ผู้ปฏิบัติงานจะต้องได้รับข้อตกลงการจ้างงานที่เป็นลายลักษณ์อักษรในภาษาที่ใช้ ซึ่งมีรายละเอียดข้อกำหนดและเงื่อนไขการจ้างงาน ก่อนที่แรงงานจะออกจากประเทศต้นทาง และจะต้องไม่มีการแทนที่หรือแก้ไขข้อตกลงการจ้างงานดังกล่าวเมื่อถึงประเทศปลายทางที่ต้องได้รับข้อตกลงนั้น เว้นเสียแต่ว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะเป็นไปเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายในพื้นที่ และเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกันหรือเป็นเงื่อนไขที่ดีกว่าเดิม งานทั้งหมดจะต้องเป็นไปโดยสมัครใจและแรงงานจะต้องมีอิสระในการออกจากงานได้ทุกเมื่อหรือยกเลิกข้อตกลงการจ้างงานของตนเองได้เมื่อต้องการ นายจ้างหรือตัวแทนจะต้องไม่เก็บรักษาหรือทำลาย ปกปิด ริบหรือปฏิเสธการเข้าถึงเอกสารแสดงตัวหรือเอกสารเข้าเมืองของพนักงาน เช่น บัตรประจำตัวที่ออกโดยภาครัฐ หนังสือเดินทางหรือใบอนุญาตทำงาน ยกเว้นกรณีการถือครองใบอนุญาตทำงานที่กฎหมายกำหนด แรงงานจะต้องไม่ถูกบังคับให้จ่ายค่าธรรมเนียมการจัดหางานหรือค่าธรรมเนียมพิเศษอื่น ๆ ให้แก่นายจ้างหรือตัวแทน หากมีค่าธรรมเนียมดังกล่าวที่ถูกจ่ายโดยแรงงาน จะต้องมีการจ่ายคืนให้แก่แรงงานเหล่านี้

  2. แรงงานที่เป็นผู้เยาว์

    ห้ามใช้แรงงานเด็กในทุกขั้นตอนของกระบวนการผลิต คำว่า “เด็ก” ในที่นี้หมายถึงบุคคลที่ถูกจ้างงานและมีอายุต่ำกว่า 15 ปีซึ่งมีหน้าที่จะต้องเข้าศึกษาในหลักสูตรการศึกษาภาคบังคับ หรือผู้ที่มีอายุต่ำกว่าเกณฑ์การจ้างงานขั้นต่ำที่กำหนดในประเทศ พิจารณาตามเกณฑ์อายุที่มากกว่า สามารถปรับใช้แผนการเรียนรู้ในสถานที่ทำงานที่เหมาะสม ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ แรงานที่มีอายุต่ำกว่า 18 (แรงงานที่เป็นผู้เยาว์) ปี จะต้องไม่ปฏิบัติงานใด ๆ ที่อาจกระทบต่อสุขภาพหรือความปลอดภัย รวมทั้งการทำงานในกะกลางคืนหรือการทำงานล่วงเวลา ซัพพลายเออร์จะต้องดูให้และให้แน่ว่ามีการจัดการแรงงานที่อยู่ในภาคการศึกษาอย่างเหมาะสม โดยมีการจัดเก็บประวัติข้อมูลของนักเรียนนักศึกษา การตรวจสอบประวัติการดำเนินงานของพันธมิตรภาคการศึกษาอย่างจริงจัง และการปกป้องสิทธิ์ของนักเรียนนักศึกษาภายใต้กฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง ซัพพลายเออร์จะต้องจัดบริการรองรับและการฝึกอบรมที่เหมาะสมให้แก่แรงงานภาคการศึกษา หากไม่มีกฎหมายในพื้นที่กำหนดไว้ อัตราค่าแรงสำหรับแรงงานภาคการศึกษา นักศึกษาฝึกงานและแรงงานฝึกหัดให้พิจารณาเท่าเทียมกับอัตราค่าจ้างสำหรับแรงงานระดับเริ่มต้นที่ปฏิบัติหน้าที่ในลักษณะเดียวกัน

  3. ชั่วโมงทำงาน

    ชั่วโมงทำงานจะต้องไม่เกินเกณฑ์สูงสุดที่กฎหมายในพื้นที่กำหนด ทั้งนี้สัปดาห์ทำงานไม่ควรเกินกว่า 60 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยนับรวมการทำงานล่วงเวลา ยกเว้นในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือกรณีที่ได้รับการยกเว้น แรงงานจะต้องได้รับอนุญาตให้หยุดพักอย่างน้อยหนึ่งวันในทุก ๆ รอบเจ็ดวัน

  4. ค่าจ้างและสิทธิประโยชน์

    ค่าตอบแทนที่จ่ายให้แก่แรงงานควรเป็นไปตามกฎหมายค่าจ้างที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงกฎหมายเกี่ยวกับค่าจ้างขั้นต่ำ ชั่วโมงทำงานล่วงเวลาและสิทธิประโยชน์ที่กฎหมายบังคับ เงินหักจากค่าจ้างที่เป็นค่าปรับหรือการลงโทษใด ๆ จะต้องเป็นไปตามที่กำหนดในกฎหมายท้องถิ่น ในแต่ละรอบการจ่ายเงิน แรงงานจะต้องได้รับใบแสดงรายการค่าจ้างภายในเวลาที่เหมาะสมและในรูปแบบที่เข้าใจได้ ระบุข้อมูลต่าง ๆ อย่างเพียงพอเพื่อยืนยันว่ามีการจ่ายค่าตอบแทนที่ถูกต้องสำหรับงานที่ทำ การใช้แรงงานชั่วคราว แรงงานจ้างพิเศษและแรงงานจัดจ้างจะต้องอยู่ภายใต้ข้อจำกัดของกฎหมายในพื้นที่

  5. การปฏิบัติอย่างมีมนุษยธรรม

    ห้ามกระทำการใด ๆ ที่รุนแรงหรือขาดมนุษยธรรม รวมทั้งการล่วงละเมิดทางเพศ การใช้ความรุนแรงทางเพศ การกระทำรุนแรงต่อร่างกาย จิตใจหรือการขู่เข็ญทางกาย การใช้วาจาที่ไม่เหมาะสมกับแรงงานหรือการข่มขู่ว่าจะกระทำการใด ๆ เหล่านี้
 จะต้องระบุรายละเอียดเกี่ยวกับนโยบายและกระบวนการทางวินัยเพื่อสนับสนุนเงื่อนไขเหล่านี้ไว้อย่างชัดเจนและแจ้งให้แรงงานทราบ

  6. การไม่เลือกปฏิบัติ

    ซัพพลายเออร์จะต้องให้ความสำคัญกับการปกป้องแรงงานไม่ให้ถูกล่วงละเมิดหรือเลือกปฏิบัติที่เป็นการขัดต่อกฎหมายใด ๆ ซัพพลายเออร์จะต้องไม่ดำเนินการใด ๆ ที่เป็นการเลือกปฏิบัติเนื่องจากสาเหตุด้านเชื้อชาติ สีผิว เพศ รสนิยมทางเพศ อัตลักษณ์ทางเพศ การแสดงออกทางเพศ ถิ่นที่มาหรือถิ่นกำเนิด ความพิการ ศาสนา การฝักใฝ่ทางการเมือง การเข้าร่วมกับสหภาพ สถานะการรับราชการทหารที่ได้รับความคุ้มครอง ข้อมูลด้านพันธุกรรมที่ได้รับความคุ้มครอง หรือสถานภาพการสมรสระหว่างการจ้างงาน เช่น ในส่วนที่เกี่ยวกับค่าจ้าง การเลื่อนตำแหน่ง รางวัลตอบแทนและการเข้าถึงการฝึกอบรมต่าง ๆ แรงงานจะต้องได้รับการจัดพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับทำกิจกรรมด้านศาสนา นอกจากนี้ แรงงานหรือผู้ที่อาจเข้ามาปฏิบัติงานจะต้องถูกบังคับให้เข้ารับการตรวจทางการแพทย์หรือการตรวจร่างกายที่จะใช้เพื่อการเลือกปฏิบัติในลักษณะใด ๆ

  7. เสรีภาพในการเข้าร่วมสมาคม

    เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายในพื้นที่ ผู้มีส่วนร่วมจะต้องเคารพในสิทธิ์ของแรงงานในการจัดตั้งและเข้าร่วมสหภาพการค้าที่ตนเองสมัครใจ เพื่อร่วมกันเจรจาต่อรองและเข้าร่วมกิจกรรมกันโดยสงบ รวมทั้งการเคารพในสิทธิ์ของพนักงานที่จะไม่เข้าร่วมในกิจกรรมเหล่านี้ แรงงานและ/หรือผู้แทนจะต้องสามารถสื่อสารหรือแบ่งปันเกี่ยวกับแนวคิดและข้อเสนอต่าง ๆ กับฝ่ายบริการเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมในการทำงาน และการบริหารจัดการโดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกเลือกปฏิบัติ ถูกตอบโต้ คุกคามหรือล่วงละเมิดใด ๆ

B. สวัสดิภาพและความปลอดภัย

มาตรฐานด้านสวัสดิภาพและความปลอดภัย:

  1. ความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน

    แรงงานที่อาจได้รับอันตราย (เช่น สารเคมี กระแสไฟฟ้าและแหล่งพลังงานอื่น ๆ เพลิงไหม้ รถยนต์หรือการร่วงหล่น) จะต้องได้รับแจ้งข้อมูลดังกล่าวและผ่านการประเมินและมีการกำกับดูแลภายใต้โครงสร้างที่เหมาะสม รวมทั้งมาตรการควบคุมด้านวิศวกรรมและการจัดการ การจัดให้มีการดูแลรักษาเชิงป้องกันและการกำหนดกระบวนการทำงานที่ปลอดภัย (รวมทั้งมาตรการล็อคแยก/ติดป้ายแยก) และการจัดการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ในกรณีที่ไม่สามารถควบคุมปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวได้โดยวิธีการเหล่านี้ แรงงานจะต้องได้รับอุปกรณ์ป้องกันตัวที่เหมาะสมที่มีการดูแลเป็นอย่างดี และได้รับข้อมูลที่เพียงพอเกี่ยวกับความเสี่ยงที่ตนเองอาจได้รับ จะต้องมีการกำหนดขั้นตอนที่เหมาะสมเพื่อกันหญิงตั้งครรภ์/ให้นมบุตรออกจากสภาพการทำงานที่เป็นอันตราย รวมทั้งการขจัดหรือลดปัจจัยเสี่ยงด้านสวัสดิภาพและความปลอดภัยในที่ทำงานสำหรับหญิงมีครรภ์และให้นมบุตร รวมทั้งบุคคลที่ต้องสัมผัสหรือข้องเกี่ยวกับบุคคลเหล่านี้ และรวมไปถึงการจัดที่พักที่เหมาะสมสำหรับหญิงให้นมบุตร

  2. การเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน

    จะต้องมีการพิจารณาและประเมินสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งพยายามลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นผ่านแผนงานฉุกเฉินและกระบวนการจัดการสถานการณ์ต่าง ๆ รวมถึงระบบแจ้งเหตุฉุกเฉิน การแจ้งเตือนแรงงาน และการอพยพ การฝึกอบรมแรงงานและการฝึกซ้อมการปฏิบัติการ ระบบตรวจจับเพลิงไหม้ที่เหมาะสมและอุปกรณ์ระงับเพลิง การระบุช่องทางอพยพที่ชัดเจนและไม่มีสิ่งกีดขวาง รวมทั้งแผนการฟื้นฟูต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง แผนงานและกระบวนการเหล่านี้จะต้องให้ความสำคัญกับการลดอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับชีวิต สิ่งแวดล้อมและทรัพย์สิน

  3. การบาดเจ็บและเจ็บป่วยจากการทำงาน

    จะต้องมีการกำหนดกระบวนการและระบบเพื่อช่วยในการจัดการ ติดตามและแจ้งกรณีการบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยจากการทำงานเพื่อ: ส่งเสริมให้มีการแจ้งข้อมูลแก่แรงงาน เพื่อจำแนกประเภทและบันทึกกรณีการเจ็บป่วยและบาดเจ็บต่าง ๆ การจัดบริการด้านการแพทย์ตามความจำเป็น การตรวจสอบเหตุและการดำเนินการแก้ไขเพื่อขจัดสาเหตุเหล่านี้ และการอำนวยความสะดวกเพื่อให้พนักงานสามารถกลับเข้ามาปฏิบัติงานได้อีกครั้ง

  4. สุขอนามัยทางอุตสาหกรรม

    พิจารณาแรงงานที่อาจได้รับสารเคมี สารทางชีวภาพหรือสารใด ๆ รวมทั้งประเมินและกำหนดมาตรการควบคุมตามโครงสร้างการกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง ขจัดอันตรายที่อาจเกิดขึ้นหรือกำกับดูแลโดยอาศัยโครงสร้างการจัดการที่เหมาะสม มาตรการควบคุมด้านวิศวกรรมและการจัดการ หากไม่สามารถควบคุมปัจจัยเสี่ยงได้อย่างเพียงพอโดยวิธีเหล่านี้ แรงงานจะต้องได้รับอุปกรณ์ป้องกันตัวที่เหมาะสมที่ได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี แผนการป้องกันจะต้องครอบคลุมทั้งชุดข้อมูลเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับความเสี่ยงจากอันตรายเหล่านี้

  5. งานที่ต้องใช้กำลังกายมาก

    แรงงานที่ต้องปฏิบัติงานที่ใช้แรงมาก รวมทั้งงานที่ต้องยกของหนัก การยืนเป็นเวลานาน และงานที่ใช้ท่าซ้ำ ๆ หรืองานประกอบที่ต้องใช้แรง จะต้องได้รับการพิจารณา ประเมินและกำกับดูแลอย่างเหมาะสม

  6. การป้องกันเครื่องจักร

    เครื่องจักรสำหรับการผลิตหรือเครื่องจักรอื่น ๆ จะต้องมีการประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยต่าง ๆ อย่างรอบด้าน จะต้องมีการจัดแนวป้องกัน ล็อคร่วมหรือแนวกั้นไว้และดูแลรักษาอย่างเหมาะสมสำหรับเครื่องจักรที่แรงงานใช้

  7. สุขอนามัย อาหารและที่พัก

    แรงงานจะต้องมีห้องน้ำสะอาด น้ำดื่มและอาหารที่สะอาดจัดไว้ให้ รวมทั้งพื้นที่จัดเก็บวัสดุอุปกรณ์ อาหารและพื้นที่รับประทานอาหารที่ปลอดภัย ที่พักของแรงงานที่ซัพพลายเออร์หรือตัวแทนจัดหาแรงงานจัดไว้ให้จะต้องได้รับการดูแลให้สะอาดและปลอดภัย และมีทางออกฉุกเฉิน น้ำร้อนสำหรับอาบ ระบบความร้อนหรือระบบถ่ายเทอากาศที่เหมาะสม และมีการจัดที่พักที่เป็นส่วนตัวและมีความมั่นคงเพื่อใช้จัดเก็บข้าวของส่วนตัวหรือสิ่งมีค่า และมีพื้นที่ส่วนตัวตามความเหมาะสม รวมทั้งสิทธิ์ในการเข้าและออกพื้นที่

  8. การแจ้งข้อมูลด้านสวัสดิภาพและความปลอดภัย

    ซัพพลายเออร์จะต้องแจ้งข้อมูลด้านสวัสดิภาพและความปลอดภัยในสถานที่ทำงานที่เหมาะสมให้แก่แรงงาน รวมทั้งการฝึกอบรมในภาษาที่แรงงานใช้ หรือในภาษาที่แรงงานเข้าใจได้สำหรับสถานที่ปฏิบัติงานที่กำหนด รวมทั้งอันตรายที่แรงงานอาจได้รับ หรือความเสี่ยงจากกลไก ระบบไฟฟ้า สารเคมี เพลิงไหม้และอันตรายทางกายภาพอื่น ๆ ข้อมูลเกี่ยวกับสวัสดิภาพและความปลอดภัยจะต้องมีแจ้งไว้ให้ชัดเจนในพื้นที่ หรือในสถานที่ที่แรงงานมองเห็นได้หรือสามารถเข้าถึงได้ การฝึกอบรมที่จัดให้แก่แรงงานก่อนเริ่มปฏิบัติงานและต่อเนื่องหลังจากเริ่มงานแล้ว แรงงานจะต้องได้รับโอกาสในการแจ้งข้อกังวลต่าง ๆ ที่มี

C. สิ่งแวดล้อม

ซัพพลายเออร์จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับและมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และตระหนักถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นขณะดำเนินธุรกิจ มาตรฐานเบื้องต้นในการปกป้องสิ่งแวดล้อมมีดังต่อไปนี้

  1. การขออนุญาตและการแจ้งข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม

    การขออนุญาตด้านสิ่งแวดล้อมที่กำหนดทั้งหมด (เช่น การตรวจสอบการปล่อยหรือระบายของเสีย)

  2. การป้องกันมลพิษและลดการใช้ทรัพยากร

    การปล่อยไอเสียและมลพิษและการก่อของเสียคือเป้าหมายที่เราพยายามลดหรือขจัดออกไปให้ได้มากที่สุดตั้งแต่ต้นทาง หรือโดยการปรับวิธีการทำงาน เช่น การเพิ่มอุปกรณ์ควบคุมมลพิษ การปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิต การดูแลรักษาและกระบวนการทำงานที่ส่วนปฏิบัติการ หรือโดยผ่านช่องทางอื่น ๆ การใช้ทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งน้ำ เชื้อเพลิงฟอสซิล แร่และผลิตภัณฑ์จากป่าที่ยังไม่เคยถูกบุกรุกทำลายจะต้องมีการใช้ในเชิงอนุรักษ์อย่างจริงจัง เช่น การปรับกระบวนการผลิต การดูแลรักษาและกระบวนการในส่วนปฏิบัติการ การพิจารณาวัสดุทดแทน หรือใช้ซ้ำ การอนุรักษ์ทรัพยากรหรือผ่านช่องทางอื่น ๆ

  3. สารอันตราย

    จะต้องมีการตรวจหาและจัดการสารเคมีและวัสดุอื่น ๆ ที่หากปล่อยไปสู่สิ่งแวดล้อมแล้วจะเป็นอันตราย เพื่อให้เกิดความปลอดภัยทั้งในการจัดการ เคลื่อนย้าย จัดเก็บ รีไซเคิลและใช้ซ้ำหรือในการกำจัดทิ้ง

  4. ของเสียประเภทของแข็ง

    ซัพพลายเออร์จะต้องกำหนดแนวทางที่เป็นระบบในการตรวจหา จัดการ ลดและกำจัดของเสียประเภทของแข็งหรือการรีไซเคิลของเสียประเภทของแข็ง (ที่ไม่ก่อให้เกิดอันตราย)

  5. มลพิษทางอากาศ

    การปล่อยไอเสียประเภทสารอินทรีย์ระเหย สารสเปรย์ สารที่มีฤทธิ์กัดกร่อน อนุภาค สารทำลายโอโซนและผลพลอยได้ที่จุดติดไฟได้ที่เกิดจากการดำเนินงานจะต้องมีการแยกประเภท ติดตามอย่างต่อเนื่อง ควบคุมและบำบัดตามที่กำหนดก่อนปล่อยสู่ธรรมชาติ ผู้ร่วมดำเนินงานทุกรายจะต้องมีการตรวจสอบประสิทธิภาพของระบบควบคุมการปล่อยไอเสียในอากาศอย่างต่อเนื่อง

  6. ข้อจำกัดด้านวัสดุ

    ซัพพลายเออร์จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องและเงื่อนไขทั้งหมดของลูกค้าเกี่ยวกับข้อห้ามหรือข้อจำกัดในการใช้สารบางชนิดในผลิตภัณฑ์และในการผลิต รวมทั้งการติดฉลากเพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการรีไซเคิลหรือกำจัดทิ้ง Kingston ได้กำหนดแผนงานจัดการสารอันตรายไว้เพื่อเป็นเงื่อนไขและข้อบังคับสำหรับนำไปปฏิบัติใช้ ซัพพลายเออร์จะต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

  7. การจัดการน้ำ

    ซัพพลายเออร์จะต้องมีแผนการจัดการน้ำที่ระบุ แยกประเภทและเป็นการตรวจติดตามแหล่งน้ำ การใช้งานและการทิ้ง และหาโอกาสในการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ และแนวทางการควบคุมการปนเปื้อนต่าง ๆ น้ำเสียทั้งหมดจะต้องมีการแยกประเภท ติดตาม ควบคุมและบำบัดตามที่กำหนดก่อนระบายหรือกำจัดทิ้ง ผู้ร่วมงานจะต้องมีการตรวจสอบประสิทธิภาพของระบบบำบัดน้ำและระบบกักเก็บตลอดเวลาเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานและระเบียบข้อบังคับที่กำหนด

  8. การใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

    จะต้องมีการติดตามและบันทึกข้อมูลการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ส่วนปฏิบัติการและ/หรือจากส่วนกลาง ซัพพลายเออร์จะต้องพิจารณาวิธีการที่ประหยัดค่าใช้จ่ายเพื่อปรับปรุงด้านการใช้พลังงานและเพื่อลดการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

D. จริยธรรม

เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในการติดต่อธุรกิจ ซัพพลายเออร์จะต้องยึดถือมาตรฐานขั้นสูงสุดด้านจริยธรรม ได้แก่:

  1. ความซื่อตรงในการดำเนินธุรกิจ

    จะต้องรักษามาตรฐานความซื่อตรงในการดำเนินงานในระดับสูงสุดสำหรับการติดต่อธุรกิจทุก ๆ ด้าน ซัพพลายเออร์จะต้องกำหนดนโยบายไม่ยินยอมหรือห้ามไม่ให้มีการจ่ายสินบน การทุจริต การขู่กรรโชกหรือการยักยอกใด ๆ การติดต่อทางธุรกิจทั้งหมดจะต้องเป็นไปอย่างโปร่งใส โดยซัพพลายเออร์จะต้องมีสมุดบันทึกและระเบียนข้อมูลทางธุรกิจต่าง ๆ ที่ครอบคลุม จะต้องมีการตรวจติดตามและผลักดันการปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างจริงจังเพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขของกฎหมายต่อต้านการทุจริต

  2. ห้ามแสวงหาความได้เปรียบที่ไม่เหมาะสม

    ห้ามให้สัญญา เสนอ รับรอง ให้หรือรับสินบนหรือการแสวงหาความได้เปรียบที่ไม่เหมาะสม ข้อห้ามนี้ครอบคลุมทั้งการให้คำมั่น การเสนอ การรับรอง การให้หรือการรับสิ่งมีมูลค่าใด ๆ ทั้งโดยตรงและโดยอ้อมผ่านบุคคลภายนอก เพื่อเรียกรับหรือรักษาผลประโยชน์ทางธุรกิจ สิทธิพิเศษทางธุรกิจโดยตรงกับบุคคลใด หรือเพื่อแสวงหาความได้เปรียบที่ไม่เหมาะสม จะต้องมีการตรวจติดตามและผลักดันการปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างจริงจังเพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขของกฎหมายต่อต้านการทุจริต

  3. การเปิดเผยข้อมูล

    ข้อมูลเกี่ยวกับแรงงานของผู้ร่วมงาน สวัสดิภาพและความปลอดภัย มาตรการด้านสิ่งแวดล้อม กิจกรรมทางธุรกิจ โครงสร้างการทำงาน สถานะและผลประกอบการทางการเงินจะมีแจ้งให้ทราบตามระเบียบข้อบังคับและมาตรการทางอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง การปลอมแปลงระเบียนข้อมูลหรือสำแดงข้อมูลอันเป็นเท็จเกี่ยวกับเครือข่ายการจัดหาถือเป็นข้อห้ามโดยเด็ดขาด

  4. ทรัพย์สินทางปัญญา

    สิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาคือสิ่งที่จะต้องให้ความสำคัญ การถ่ายโอนเทคโนโลยีและองค์ความรู้จะต้องคำนึงถึงสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาเป็นสำคัญ รวมทั้งมีการปกป้องข้อมูลของลูกค้าอย่างเต็มที่

  5. การดำเนินธุรกิจ โฆษณาและแข่งขันอย่างเป็นธรรม

    มาตรฐานการดำเนินธุรกิจ การโฆษณาและการแข่งขันอย่างเป็นธรรมคือสิ่งที่จะต้องส่งเสริมอย่างจริงจัง มีแนวทางที่เหมาะสมในการปกป้องข้อมูลของลูกค้ากำหนดไว้

  6. การปกป้องข้อมูลระบุตัวตนและการไม่ตอบโต้

    แผนงานเพื่อกำกับดูแลการปกปิดข้อมูล ข้อมูลลับและการปกป้องพนักงานผู้แจ้งเบาะแสจะต้องมีกำหนดไว้ยกเว้นหากมีข้อห้ามทางกฎหมาย ซัพพลายเออร์ควรมีกระบวนการที่แจ้งไว้ชัดเจนกับบุคลากรเพื่อให้บุคลากรสามารถแจ้งข้อกังวลต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกตอบโต้

    พนักงานของซัพพลายเออร์สามารถแจ้งเหตุละเมิดจริยธรรมที่อาจเกิดขึ้นในทางลับ รวมทั้งข้อกังวลและข้อร้องเรียนต่าง ๆ ระหว่างพนักงานจากซัพพลายเออร์และ Kingston ได้ผ่านช่องทางต่อไปนี้

    สถานที่ สหรัฐฯ แคลิฟอร์เนีย
    สายด่วน 1(888)435-5453
    อีเมล [email protected]
    ที่อยู่ 17600 Newhope Street, Fountain Valley, CA 92708
  7. การจัดหาแหล่งแร่อย่างมีความรับผิดชอบ

    เพื่อสนับสนุนแนวทางที่ครอบคลุมทั้งกลุ่มอุตสาหกรรมในการพิจารณา ลดและผลักดันการลดการใช้แร่จากพื้นที่ที่มีความขัดแย้ง ซัพพลายเออร์จะต้องรับประกันว่าวัสดุทั้งหมดที่จัดหาให้แก่ Kingston ไม่ได้เป็นแร่จากพื้นที่ที่มีความขัดแย้ง เช่น คองโก และประเทศใกล้เคียง หรือภูมิภาคที่มีความขัดแย้งที่ให้การสนับสนุนหรือผลประโยชน์ทั้งโดยตรงและโดยอ้อมแก่กลุ่มติดอาวุธที่มีเป้าหมายเพื่อละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง แร่จากพื้นที่ที่มีความขัดแย้งในเบื้องต้นได้แก่โลหะหายาก เช่น ดีบุกก้อน วุลแฟรไมต์ คอลตัน ทองคำและอนุพันธุ์ใด ๆ โดยเฉพาะทอง (Au) แทนทาลัม (Ta) ดีบุก (Sn) ทังสเตน (W) และโคบอลท์ (Co) จากภูมิภาคที่มีความขัดแย้ง ด้วยเหตุนี้ การทำเหมือง การถลุง การขึ้นรูปและกระบวนการผลิตหรือแปรรูปแร่จะต้องไม่เกิดขึ้นในภูมิภาคที่มีความขัดแย้ง ซัพพลายเออร์จะต้องใช้ความระมัดระวังในการจัดหาและกำหนดมาตรการดูแลแร่ธาตุเหล่านี้ และส่งเสริมให้มีระบบจัดการเครือข่ายการจัดหา กำหนดนโยบายและกระบวนการเพื่อให้มีการตรวจหาแหล่งที่มาของวัตถุดิบ ในการดูแลความถูกต้องในการจัดหาวัตถุดิบและในการหลีกเลี่ยงการใช้แร่จากพื้นที่ที่มีความขัดแย้ง Kingston อาจมีการตรวจสอบมาตรการตรวจสอบของซัพพลายเออร์เกี่ยวกับการจัดหาวัตถุดิบของซัพพลายเออร์ เมื่อได้รับการร้องขอจาก Kingston ซัพพลายเออร์จะต้องตอบแบบสอบถามที่จัดให้อย่างตรงไปตรงมา พร้อมทั้งแจ้งข้อมูลที่เกี่ยวข้องและรับประกันความถูกต้อง ครบถ้วนของคำชี้แจงในแบบสอบถามดังกล่าว รวมทั้งข้อมูลใด ๆ ที่แจ้งแก่ Kingston Kingston อาจมีการแจ้งข้อมูลแบบสำรวจหรือข้อมูลอื่น ๆ ให้แก่ลูกค้าหรือหน่วยงานอื่น ๆ ที่ร่วมงานกับบริษัท

  8. ความเป็นส่วนตัว

    ซัพพลายเออร์จะต้องมีการปกป้องความเป็นส่วนตัวตามความเหมาะสมในส่วนของข้อมูลส่วนบุคคลของทุกคนที่ติดต่อธุรกิจด้วย ไม่ว่าจะเป็นซัพพลายเออร์ ลูกค้า ผู้บริโภคและพนักงาน ซัพพลายเออร์จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับด้านความเป็นส่วนตัวหากมีการรวบรวม จัดเก็บ ประมวลผล ส่งต่อและแชร์ข้อมูลส่วนบุคคล

F. ระบบการจัดการ

ซัพพลายเออร์จะต้องปรับใช้หรือกำหนดระบบการจัดการสำหรับเนื้อหาที่เกี่ยวข้องภายใต้หลักเกณฑ์การดำเนินงานนี้ ระบบจัดการออกแบบมาเพื่อ: (ก) การควบคุมมาตรฐานตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับและเงื่อนไขของลูกค้าที่เกี่ยวกับการดำเนินงานของซัพพลายเออร์และผลิตภัณฑ์ (ข) การปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การดำเนินงานนี้และ (ค) การระบุและปรับความเสี่ยงในการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับหลักเกณฑ์การดำเนินงานนี้

ระบบจัดการจะต้องมีองค์ประกอบดังต่อไปนี้

  1. ปณิธานของบริษัท

    คำแถลงนโยบายด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมของบริษัทยืนยันปณิธานของบริษัทในการปฏิบัติตามแนวทางการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องที่ได้รับการรับรองจากฝ่ายบริหารระดับสูง และที่มีเผยแพร่ไว้ในส่วนปฏิบัติการในภาษาท้องถิ่น

  2. ความรับผิดชอบและการชี้แจงของฝ่ายบริหาร

    ซัพพลายเออร์จะต้องระบุตัวผู้บริหารระดับสูงและผู้แทนของบริษัทที่รับผิดชอบในการกำกับดูแลระบบจัดการและแผนงานที่เกี่ยวข้อง การพิจารณาของระบบจัดการโดยฝ่ายบริหารระดับสูงเป็นระยะ ๆ

  3. เงื่อนไขทางกฎหมายและเงื่อนไขของลูกค้า

    กระบวนการเพื่อระบุ ติดตามและทำความเข้าใจเงื่อนไขทางกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องของลูกค้า รวมทั้งเงื่อนไขภายใต้หลักเกณฑ์การดำเนินงานนี้

  4. การประเมินและจัดการความเสี่ยง

    ระบบเพื่อช่วยในการพิจารณาการปฏิบัติตามเงื่อนไขทางกฎหมาย แนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อม สวัสดิภาพและความปลอดภัย หลักเกณฑ์ด้านแรงงาน และความเสี่ยงด้านจริยธรรมจากการดำเนินงานของซัพพลายเออร์ มีการพิจารณานัยยะในเชิงสัมพัทธ์สำหรับปัจจัยเสี่ยงแต่ละข้อและการปรับใช้กระบวนการและมาตรการควบคุมทางกายภาพที่เหมาะสมเพื่อให้แน่ใจว่ามีการปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับเพื่อควบคุมปัจจัยเสี่ยงที่พบ

  5. วัตถุประสงค์ด้านการปรับปรุงการทำงาน

    เอกสารระบุวัตถุประสงค์เชิงประสิทธิภาพ เป้าหมายและแผนการดำเนินการเพื่อปรับปรุงผลการดำเนินงานในเชิงสังคมและสิ่งแวดล้อมของซัพพลายเออร์ รวมทั้งการประเมินผลการดำเนินงานของซัพพลายเออร์เป็นระยะ ๆ ในการดำเนินการให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์เหล่านี้

  6. การฝึกอบรม

    การฝึกอบรมผู้บังคับบัญชาและแรงงานเกี่ยวกับแผนงานของบริษัท นโยบาย กระบวนการและวัตถุประสงค์ด้านการปรับปรุง และการปฏิบัติตามเงื่อนไขทางกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ

  7. การสื่อสาร

    กระบวนการสื่อสารข้อมูลที่ชัดเจนและครบถ้วนเกี่ยวกับนโยบายของซัพพลายเออร์ แนวปฏิบัติ ความคาดหวังและผลการทำงานของผู้ปฏิบัติงาน ซัพพลายเออร์และลูกค้า

  8. ข้อเสนอแนะจากแรงงาน การมีส่วนร่วมและการร้องเรียนของกลุ่มแรงงาน

    กระบวนการต่อเนื่อง รวมทั้งกลไกการร้องเรียนที่มีประสิทธิภาพเพื่อประเมินความเข้าใจของพนักงานเกี่ยวกับหรือในการขอข้อเสนอแนะเกี่ยวกับหรือการละเมิดหลักเกณฑ์การทำงานและเงื่อนไขใด ๆ ที่กำหนดไว้ภายใต้หลักเกณฑ์การดำเนินงานนี้ และเพื่อส่งเสริมให้มีการปรับปรุงการทำงานอย่างต่อเนื่อง

  9. การตรวจสอบภายในและการประเมิน

    การประเมินตนเองเป็นระยะ ๆ เพื่อให้แน่ใจว่ามีการปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ เนื้อหาในหลักเกณฑ์การดำเนินงานนี้ และเงื่อนไขตามสัญญาข้อตกลงกับลูกค้าเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

  10. กระบวนการแก้ไข

    ควรมีการบริหารจัดการกระบวนการเพื่อการแก้ไขข้อบกพร่องอย่างรวดเร็ว ตามผลการประเมินจากภายในและภายนอก ผลการตรวจสอบ และการพิจารณาทบทวนอย่างเหมาะสม


  11. เอกสารกำกับและระเบียนข้อมูล

    การจัดทำและเก็บรักษาเอกสารและระเบียนข้อมูลเพื่อให้แน่ใจว่ามีการปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับและเงื่อนไขของบริษัท รวมทั้งมาตรการปกปิดข้อมูลที่เหมาะสมเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัว

  12. ความรับผิดชอบของซัพพลายเออร์

    กระบวนการเพื่อแจ้งเงื่อนไขตามหลักเกณฑ์การดำเนินงานสำหรับซัพพลายเออร์และเพื่อติดตามการควบคุมมาตรฐานของซัพพลายเออร์ภายใต้หลักเกณฑ์การดำเนินงานนี้

ระบบจัดการดังกล่าวจะต้องสามารถตรวจสอบได้ รวมทั้งอาจมีการตรวจสอบที่ส่วนปฏิบัติงานของซัพพลายเออร์โดยตัวแทนจาก Kingston หรือผู้ตรวจสอบจากภายนอกที่ได้รับการรับรองสำหรับระบบจัดการที่กล่าวถึง ซัพพลายเออร์ควรมีการจัดทำเอกสารกำกับที่จำเป็นเพื่อยืนยันการควบคุมมาตรฐานตามหลักเกณฑ์การดำเนินงานนี้และจะต้องให้สิทธิ์แก่ Kingston ในการสืบค้นเอกสารกำกับเมื่อได้รับการร้องขอจาก Kingston

ตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบจากโควิด-19 ต่อธุรกิจของเราได้โดยคลิกที่นี่.