Kingston will be closed early on Wednesday Nov. 24th, and closed Nov. 25th/26th for the Thanksgiving Holiday.

All orders placed after 1:00PM PT on Wednesday, November 24, 2021 will not be processed until Monday, November 29, 2021.

We wish you and your family an enjoyable Holiday weekend.

ผู้ชายเดินอยู่บนพื้นที่เป็นเครือข่ายเสมือนจริง มองออกไปที่กริดเครือข่ายที่ทอดไปตามพื้นที่ภายในเมือง
คุณพร้อมจะใช้งาน Edge แล้วหรือยัง ทำไมระบบประมวลผล Edge ถึงต้องมีการรักษาความปลอดภัย

#KingstonCognate ขอแนะนำให้รู้จักกับ Rob May

ภาพ Rob May

Rob May ผู้บรรยายที่มีรางวัลรับรองได้รับเกียรติให้นำเสนอประเด็นที่น่าสนใจในระดับนานาชาติและให้ข้อมูลกับผู้ฟังระดับ CEO และกรรมการบริษัทมากมายในยุโรป Rob นำเสนอข้อมูลในฐานะผู้เชี่ยวชาญโดยตรงในฐานะผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการของ ramsac โดยมีทีมงานที่ปรึกษา 75 ท่านที่ทำงานร่วมกัน (และเครือข่ายพันธมิตรกับ PwC) เพื่อนำเสนอบริการ/ความช่วยเหลือด้านระบบรักษาความปลอดภัยทาง IT และไซเบอร์ (ประสบการณ์กว่า 29 ปี) Rob เป็นแอมบาสซาเดอร์ด้านการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ของสหราชอาณาจักรให้แก่ Institute of Directors และได้รับการจัดอันดับให้เป็นอินฟูลเอนเซอร์/ผู้นำด้านแนวคิดเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security Thought Leaders/Influencers) อันดับ 5 ของโลก ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการที่ปรึกษาของ The Resilience Centre for the South East และได้มีโอกาสร่วมงานกับกลุ่มอุตสาหกรรม ภาควิชาการและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายมากมาย

ระบบประมวลผล Edge คืออะไร และการรักษาความปลอดภัยที่กล่าวถึงคืออะไร

ระบบประมวลผล Edge หมายถึงกระบวนการประมวลผลในคลาวด์ที่น้อยลง และการโอนย้ายกระบวนการ (และข้อมูล) เหล่านี้ใกล้อยู่ใกล้กับจุดใช้งานมากขึ้น ทำให้ลดค่าหน่วงเวลาและแบนด์วิธที่ต้องใช้โดยการลดปริมาณการถ่ายโอนข้อมูลระยะไกลระหว่างไคลเอนท์/อุปกรณ์และเซิร์ฟเวอร์ลง (ซึ่งอาจอยู่ห่างกันนับพันไมล์)

การพัฒนาระบบประมวลผล Edge เกิดขึ้นเนื่องจากการเติบโตและความต้องการอุปกรณ์ IoT (Internet of Things) ที่เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ ซึ่งต้องมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อรับและส่งข้อมูลผ่านคลาวด์ แอพพลิเคชั่นแบบเรียลไทม์ที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ต้องมีระบบประมวลผล Edge ซึ่งจะคล้าย ๆ กับเครือข่าย 5G ที่สามารถช่วยในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็วเป็นพิเศษ

เรามักจะใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเหล่านี้โดยไม่รู้ตัว แต่เมื่อเริ่มพิจารณาเกี่ยวกับแอพพลิเคชั่นที่อาจส่งผลกระทบอย่างแท้จริงต่อชีวิตมนุษย์ เช่น รถยนต์ขับเคลื่อนเอง อุปกรณ์การแพทย์หรือระบบอากาศยาน จะเห็นว่าจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับระบบเหล่านี้ในการตอบสนองสถานการณ์ได้แบบเรียลไทม์ การลดความเร็วของการประมวลผลข้อมูลจึงกลายเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง

ฮาร์ดแวร์ประมวลผล Edge และบริการในกลุ่มนี้สามารถช่วยแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้โดยการประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลจากภายใน เกตเวย์ Edge สามารถประมวลผลข้อมูลจากอุปกรณ์ Edge จากนั้นจะส่งเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้องกลับไปที่คลาวด์เพื่อการจัดเก็บเพื่อลดการใช้แบนด์วิธ

นิยามขอบเขต (edge) ของเครือข่ายอาจฟังดูไม่สอดคล้องกันเท่าไรนัก หลายคนคิดว่าโปรเซสเซอร์ภายในอุปกรณ์ IoT ว่าเป็นระบบ Edge ของเครือข่าย แต่เราเตอร์, ISP หรือเซิร์ฟเวอร์ Edge ภายในก็ถือว่าอยู่ในข่ายของนิยามนี้เช่นกัน องค์ประกอบที่สำคัญคือระยะทาง โดยขอบเขตของเครือข่ายในทางกายภาพจะต้องอยู่ชิดกับอุปกรณ์และจุดเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

การขยายตัว ความต้องการและภัยคุกคามด้านไซเบอร์ที่อาจเกิดขึ้น

ภาพมืออยู่ด้านหลังกุญแจพร้อมแผงวงจรและสายเครือข่าย รวมทั้งภาพทิวทัศน์ในเมืองเป็นพื้นหลัง

การเติบโตและความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องสำหรับการประมวลผลและพื้นที่จัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่คือปัจจัยที่อยู่เบื้องหลังการเติบโตและขยายตัวของศูนย์ข้อมูลและระบบคลาวด์ไฮบริด และทำให้เราเริ่มเห็นการปรับโครงสร้างการทำงานของคลาวด์สาธารณะ คลาวด์ส่วนตัวและศูนย์ข้อมูลขนาดเล็กในพื้นที่ในรูปแบบที่ไม่เคยเห็นหรือเป็นที่ต้องการมากเท่านี้มาก่อน

ประเด็นที่สำคัญอย่างยิ่งที่กลุ่มอุตสาหกรรมและผู้ใช้จะต้องให้ความสำคัญและพัฒนาต่อไปคือระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์และการกำกับดูแลให้ระบบนี้ทำงานได้อย่างต่อเนื่องและมีความยืดหยุ่นสูง ระบบประมวลผล Edge เป็นอีกตัวแปรในโลกดิจิตอลที่จะทำให้เกิดช่องในการคุกคามมากขึ้น

ในสถานที่ทำงานและในชีวิตประจำตัวของเรา เรามีการใช้งานอุปกรณ์ “อัจฉริยะ” ที่มีการเชื่อมต่อถึงกัน และเมื่อจำนวนเซิร์ฟเวอร์ Edge กับอุปกรณ์ IoT ที่มีคอมพิวเตอร์จิ๋วอยู่ในตัวเพิ่มมากขึ้น ก็จะมีโอกาสมากขึ้นเป็นสัดส่วนตามกันไปที่ผู้ไม่ประสงค์ดีจะจู่โจมและเจาะข้อมูลในอุปกรณ์เหล่านี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่ศูนย์ข้อมูล (ทุกขนาด) จะต้องเตรียมพร้อมสำหรับภัยคุกคามด้านความปลอดภัยของโลกดิจิตอลที่เชื่อมต่อถึงกันนี้

ปัญหาที่มักพูดติดตลกกันเกี่ยวกับ Internet of Things (อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง) คือการล้อเลียนเป็น Internet of Threats! (อินเทอร์เน็ตของภัยคุกคาม) ส่วนหนึ่งของความท้าทายคือผู้บริโภคที่ไม่ตระหนักถึงความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากการซื้อหรือใช้งาน อีกความท้าทายในทางกายภาพในโลกที่เราไม่สามารถอาศัยแค่ข้อมูลล็อกอินหรือสิทธิ์ใช้งานในการตรวจสอบ คือตัวมนุษย์เอง สิ่งจำเป็นจึงเป็นการพิจารณาช่องทางต่าง ๆ ในการปกป้องข้อมูล

แน่นอนว่าข้อมูลภายในขอบเขตที่กำหนดจะต้องมีการพิจารณาอย่างเหมาะสม เช่น ข้อมูลที่มีการใช้งานโดยอุปกรณ์หลาย ๆ ตัว ซึ่งในเบื้องต้นอาจไม่ปลอดภัยเท่ากับข้อมูลจากส่วนกลางหรือที่ผ่านคลาวด์ จากจำนวนอุปกรณ์ IoT ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงเป้นเงื่อนไขพื้นฐานที่กลุ่มอุตสาหกรรมจะต้องทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อทำความเข้าใจปัญหาด้านความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้นกับอุปกรณ์ และเพื่อให้แน่ใจว่าระบบเหล่านี้จะได้รับการปกป้องอย่างเหมาะสม การเข้ารหัสข้อมูลกลายเป็นสิ่งจำเป็นนอกเหนือจากโปรโตคอลรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม และวิธีการควบคุมการใช้งานที่ถูกต้อง

การส่งเสริม Edge ไปร่วมกับกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ

ระบบประมวลผล Edge จะต้องอาศัยอุปกรณ์หรือฮาร์ดแวร์ภายในเพิ่มมากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ยกตัวอย่างเช่นกรณีของกล้อง IoT ที่ต้องอาศัยคอมพิวเตอร์ในตัวเพื่อส่งข้อมูลวิดีโอดิบไปยังเว็บเซิร์ฟเวอร์ หากต้องการให้อุปกรณ์เรียกใช้อัลกอริทึมตรวจจับการเคลื่อนของตัวเองก็จะต้องอาศัยคอมพิวเตอร์ที่มีความซับซ้อนมากกว่าและมีกำลังการประมวลผลที่เพิ่มขึ้น

เมืองอัจฉริยะพร้อมเครือข่ายการสื่อสารกับ IoT ที่เชื่อมต่อกันภายในเมือง

เพื่อตอบสนองความท้าทายที่ระบุไปข้างต้น เทคโนโลยีศูนย์ข้อมูลจึงต้องมีการพัฒนา: เราจะต้องมองหาสื่อบันทึกข้อมูลประสิทธิภาพสูง เซิร์ฟเวอร์ที่ทำงานได้เร็วกว่าเดิม และวิธีที่จะแน่ใจได้ว่าการเข้ารหัสฮาร์ดแวร์และการบีบอัดข้อมูลที่มีประสิทธิภาพจะสามารถทำได้อย่างครอบคลุมในทุกกระบวนการ การปรับเปลี่ยนจาก SAS (Serial Attached SCSI) เป็น SATA หรือ NVMe Enterprise SSD (Solid State Drive) จะมีบทบาทอย่างมากในการช่วยลดการใช้พลังงานเมื่อมีการติดตั้งกับศูนย์ข้อมูลในภาพรวม

นอกจากนี้เราจะเริ่มเห็น 3D NAND (หรือ V NAND) ที่เป็นเทคโนโลยีแฟลชประสิทธิภาพและความจุสูงที่สามารถปรับขนาดโครงสร้างการทำงานได้อย่างกว้างขวางแพร่หลายมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเป็นชิปหน่วยความจำแฟลชแบบไม่เลือนหายที่เรียงซ้อนกัน (เซลล์หน่วยความจำจะถูกวางซ้อนในแนวดิ่งเป็นหลายเลเยอร์) เป้าหมายของเทคโนโลยีนี้คือเพื่อทำให้อุปกรณ์ทำงานได้เร็วขึ้น มีความจุมากขึ้น และใช้พลังงานในการทำงานน้อยลง

การทำงานของระบบ IT ที่ซับซ้อนนี้จะมีความยุ่งยากน้อยลงมากเมื่อคุณสามารถอาศัยความช่วยเหลือจากบริการที่ผู้จำหน่ายฮาร์ดแวร์ที่เป็นที่ยอมรับจัดหาให้ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยความจำและสื่อบันทึกข้อมูล โดยผู้ผลิตเหล่านี้พร้อมร่วมมือกับคุณอย่างใกล้ชิดเพื่อดูแลให้ผลิตภัณฑ์ที่คุณจัดซื้อสามารถตอบสนองเงื่อนไขด้าน IT และเป้าหมายทางธุรกิจระยะสัน้ ระยะกลางและระยะยาวของคุณ นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้ทีมงาน “Ask an Expert” โดย Kingston Technology ได้รับความเชื่อถือเป็นอย่างยิ่ง

ประสบการณ์กว่า 30 ปีของ Kingston บวกกับความฉับไวและการทำงานมาอย่างต่อเนื่องในตลาดทำให้บริษัทพร้อมช่วยให้ศูนย์ข้อมูลและองค์กรต่าง ๆ สามารถแก้ไขปัญหาและใช้โอกาสที่มีได้อย่างเต็มที่โดยการขับเคลื่อนระบบ 5G, IoT และ Edge Computing มาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่

#KingstonIsWithYou

ภาพโน้ตบุ๊กด้านบนบนโต๊ะสีดำพร้อมลายเส้นบนแผงวงจร

ถามผู้เชี่ยวชาญ

การวางแผนโซลูชั่นที่เหมาะสมต้องอาศัยความเข้าใจเกี่ยวกับสิ่งที่งานและระบบของคุณต้องการ ให้ผู้เชี่ยวชาญจาก Kingston คอยแนะนำคุณ

ถามผู้เชี่ยวชาญ

Kingston ค้นหาหน่วยความจำ

เลือกหน่วยความจำสำหรับใช้งานได้ง่าย ๆ กับ Kingston
ประสบการณ์ความเชี่ยวชาญกว่า 30 ปีของ Kingston ทำให้คุณมั่นใจได้ว่าเรามีความรู้และความเชี่ยวชาญในการเลือกหน่วยความจำที่คุณเชื่อมั่นได้

ค้นหาจากเครื่อง/อุปกรณ์

เพียงแค่กรอกยี่ห้อหรือเลขรุ่นหรือเลขชิ้นส่วนของคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ดิจิตอลเพื่อค้นหาผลิตภัณฑ์จาก Kingston ที่คุณต้องการ

ค้นหาจากหมายเลขชิ้นส่วน

ค้นหาจากเลขชิ้นส่วนของ Kingston เลขชิ้นส่วนของตัวแทนจำหน่ายหรือเลขชิ้นส่วนของผู้ผลิต

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบจัดเก็บข้อมูลสำหรับองค์กรขนาดใหญ่จาก Kingston

บทความและวิดีโอ