ไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อปรับปรุงคุณสมบัติและฟังก์ชั่นการทำงาน การใช้ไซต์นี้จะถือว่าคุณให้ความยินยอมตามนี้ เราให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวของคุณและการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล กรุณาศึกษานโยบายเกี่ยวกับคุ้กกี้ และ นโยบายความเป็นส่วนตัว ของเราฉบับอัพเดตล่าสุด

การสนับสนุน

คำถามที่พบบ่อย
Part Specific FAQs
ไม่ได้ ข้อมูลในไดร์ฟจะไม่สามารถกู้คืนได้ แม้ว่าคุณจะกำหนดรหัสผ่านใหม่ ข้อมูลในไดร์ฟจะถูกลบทิ้งและคีย์เข้ารหัสใหม่จะถูกจัดทำขึ้น จำนวนการกรอกรหัสผ่านที่ล้มเหลวจะไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้ด้วยเช่นกัน หากคุณไม่สามารถระบุรหัสผ่านสำหรับไดร์ฟ ข้อมูลในไดร์ฟจะสูญหาย

FAQ: KDT-111714-PRV-05

DataTraveler ต้องการอักขระกำกับไดร์ฟต่อเนื่องสองตัวต่อจากของไดร์ฟทางกายภาพตัวล่าสุดที่ปรากฏขึ้นก่อน "ช่องว่าง" ในส่วนกำหนดอักขระกำกับไดร์ฟ (ดูภาพด้านล่าง) ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการแชร์เครือข่าย เนื่องจากเป็นการกำหนดรายการตามโพรไฟล์ผู้ใช้ ไม่ใช่โพรไฟล์ฮาร์ดแวร์ระบบ จึงมีการแจ้งใน OS

ซึ่งหมายความว่า Windows อาจกำหนดอักขระกำกับไดร์ฟให้กับ DataTraveler ซึ่งถูกใช้งานอยู่โดยส่วนแชร์เครือข่ายหรือในเส้นทาง Universal Naming Convention (UNC) ทำให้อักขระกำกับไดร์ฟชนกัน ในกรณีนี้ กรุณาติดต่อผู้ดูแลระบบหรือฝ่ายให้บริการเพื่อแก้ไขอักขระกำกับไดร์ฟใน Windows Disk Manager (ต้องใช้สิทธิ์ผู้ดูแลระบบ)

จากตัวอย่างนี้ DataTraveler ใช้ F: ซึ่งเป็นอักขระกำกับไดร์ฟตัวแรกที่มีต่อจาก E: (ดิสก์กายภาพล่าสุดก่อนช่องว่างในอักขระกำกับไดร์ฟ เนื่องจากตัว G: เป็นส่วนแชร์เครือข่าย ไม่ใช่โพรไฟล์ฮาร์ดแวร์ DataTraveler อาจพยายามใช้เป็นอักขระกำกับไดร์ฟตัวที่สอง ทำให้เกิดอักขระซ้ำกันขึ้น

หากไม่มีส่วนแชร์เครือข่ายในระบบของคุณ แต่ DataTraveler ยังไม่ยอมโหลดขึ้นมา อาจเป็นไปได้ว่าการ์ดรีดเดอร์ ดิสก์ต่อพ่วงหรืออุปกรณ์อื่นที่ติดตั้งไว้ก่อนหน้าใช้อักขระกำกับไดร์ฟดังกล่าว และทำให้เกิดข้อขัดแย้งขึ้น

ทั้งนี้ Drive Letter Management หรือ DLM มีการปรับปรุงให้ดีขึ้นมากใน Windows XP SP3, Vista และ 7 คุณจึงอาจไม่พบปัญหานี้ แต่หากยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ กรุณาติดต่อฝ่ายบริการทางเทคนิคของ Kingston เพื่อรับความช่วยเหลือเพิ่มเติม

FAQ: KDT-011411-PRV-02

ไดรฟ์ออกแบบมาให้มีการเข้ารหัส 100% ระบบความปลอดภัยในไดรฟ์ไม่สามารถลบหรือปิดการทำงานได้

FAQ: KDT-012914-PRV-04
General USB FAQs

แม้ว่าจะสามารถบู๊ตได้จาก DataTraveler แต่ไม่ใช่คุณสมบัติการทำงานที่ Kingston รองรับไดร์ฟเหล่านี้มีไว้เพื่อจัดเก็บข้อมูลเท่านั้น

FAQ: KTD-082913-GEN-27

ในการโอนไฟล์ขนาดใหญ่กว่า 4GB DataTraveler จะต้องใช้ระบบไฟล์ NTFS หรือ exFAT ทั้งนี้ระบบไฟล์ FAT32 ไม่รองรับการจัดการไฟล์ที่มีขนาดใหญ่กว่า 4GB (ต้องต่ำกว่า 4GB หนึ่งไบต์) ทำตามขั้นตอนด้านล่างเพื่อฟอร์แมต DataTraveler เป็นระบบ NTFS

คำเตือน ข้อมูลทั้งหมดใน DataTraveler จะหายไป! กรุณาสำรองข้อมูลใน DataTraveler ก่อนดำเนินการต่อ

  1. ไปที่ My Computer (Computer ใน Vista และ 7) คลิกขวาที่ไดร์ฟ Kingston จากนั้นเลือก Format
  2. เลือก NTFS หรือ exFAT จากส่วนแสดงรายการระบบไฟล์
  3. เลือก Quick Format เป็นตัวเลือกในการฟอร์แมต จากนั้นคลิก Start
    หมายเหตุ: หากไม่มีตัวเลือก NTFS ให้ปิดหน้าต่าง Format จากนั้นทำตามขั้นตอน 4-9
  4. คลิกขวาที่ My Computer (Computer จาก Vista) จากนั้นเลือก Properties
  5. เลือกแท็บ Hardware จากนั้นคลิก Device Manager
  6. ขยายดิสก์ไดร์ฟ จากนั้นคลิกขวาที่ไดร์ฟ Kingston เลือก Properties
  7. คลิกที่แท็บ Policies จากนั้นเลือก "Optimize for performance"
  8. คลิก OK
  9. ทำซ้ำขั้นตอนที่ 1-3

ทั้งนี้ MacOS 10.6.5 รองรับความเร็วในการอ่านและเขียนเต็มประสิทธิภาพสำหรับไดร์ฟ exFAT MacOS ยังสามารถอ่านอย่างเดียวในไดร์ฟ NTFS ได้

อุปกรณ์บางตัว (เครื่องเล่น MP3 กรอบภาพดิจิตอล ฯลฯ) ไม่สามารถอ่านไฟล์ NFTS หรือ exFAT ได้

นอกจากนี้จะต้องอัพเดต Windows XP และ Vista เพื่อให้สามารถค้นข้อมูล exFAT ได้/p>

FAQ: KDT-010611-GEN-05

นี่เป็นปัญหาเรื่องกระแสไฟ
แม้ว่าอุปกรณ์ USB บางตัวอาจทำงานได้ดีกับพอร์ต USB เหล่านี้ แต่อุปกรณ์ USB 2.0 High Speed จะต้องใช้กระแสไฟมากกว่า
เพื่อแก้ไขปัญหานี้ให้เสียบตัวอ่านโดยตรงเข้าที่พอร์ต USB ของอุปกรณ์หลัก
พอร์ต USB นี้มักอยู่ที่ด้านหลังของเคส

FAQ: KDT-010611-GEN-09
Windows related FAQs

อาจเนื่องมาจากค่าการใช้พลังงานของพอร์ต USB ต่อไปนี้เป็นขั้นตอนในการปรับแต่งค่า:

  1. คลิก Start > Control Panel
  2. คลิกที่ลิงค์ Performance and Maintenance
  3. คลิกที่ลิงค์ System control panel
  4. คลิกที่แท็บ Hardware
  5. คลิกที่ปุ่ม Device Manager
  6. คลิกที่ + ด้านหน้าของส่วนควบคุม USB เพื่อขยายหมวดฮาร์ดแวร์นี้
  7. คลิกขวาที่ USB Root Hub จากนั้นเลือก Properties
  8. 8. คลิกที่แท็บ Power Management จากนั้นลบเครื่องหมายในช่องติดกับ "Allow the computer to turn off this device to save power"
  9. ทำซ้ำขั้นตอนที่ 7 และ 8 สำหรับ USB Root Hub อื่น ๆ ที่ปรากฏ
  10. รีบู๊ตเครื่อง
FAQ: KDT-010611-GEN-13

Windows กำหนดไดร์ฟใหม่ให้กับไดร์ฟทางกายภาพตัวถัดไป ด้วยเหตุนี้ระบบอาจกำหนดอักขระกำกับไดร์ฟที่เหมือนกัน นี่เป็นปัญหาที่มักเกิดขึ้นกับสื่อบันทึกข้อมูลต่อพ่วง

แก้ปัญหานี้โดยไปที่ panel>administrative tools>computer management สังเกตไดร์ฟที่บนแถบคำสั่งหน้าต่างด้านขวา ดูว่าพบ Kingston (x) หรือไม่ (x) เป็นอักขระกำกับไดร์ฟที่ Windows กำหนดให้กับ DataTraveler

หาก DataTraveler ใช้อักขระกำกับไดร์ฟเดียวกับไดร์ฟตัวอื่น ให้คลิกขวาที่อักขระกำกับไดร์ฟของ Kingston จากนั้นคลิกที่ "Change Drive letter and Paths"

จากกล่องโต้ตอบถัดไป คลิกที่ปุ่ม "Change" จากนั้นกำหนดอักขระกำกับไดร์ฟที่ยังไม่ได้ใช้

หมายเหตุ: อย่าแก้ไขอักขระกำกับไดร์ฟเองหากคุณมี DataTraveler "ส่วนตัว" ที่กำหนดอักขระกำกับไดร์ฟสองตัวให้กับอุปกรณ์ดังกล่าว

FAQ: KDT-010611-GEN-03

เราพบปัญหานี้เมื่อซอฟต์แวร์ความปลอดภัยบล็อคผู้ใช้ไม่ให้เขียนไปยังแผ่น CD/DVD เรียกใช้ gpedit.msc ไปที่ Windows settings>security setting>local policies>security options แล้วปิดค่า Devices: Restrict CD-ROM access to locally logged-on user only ไว้

อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อมากเกินไปในคอมพิวเตอร์รุ่นเก่าอาจทำให้เกิดปัญหานี้ได้เช่นกัน หลังจากล้างอุปกรณ์ทั้งหมดแล้ว ไดร์ฟจะสามารถใช้งานได้อีกครั้ง ทำได้โดยไปที่ start จากนั้นพิมพ์ regedit ในฟิลด์ค้นหา สำรองข้อมูลรีจิสตรี้ไว้ก่อนทำการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ต่อไปนี้เป็นคำแนะนำในการสำรองข้อมูลรีจิสตรี้ของคุณ

http://windows.microsoft.com/th-TH/windows-vista/Back-up-the-registry

จากรายการไดเรคทอรี่ทางด้านซ้าย ค้นหา HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\MountedDevices ลบรายการทั้งหมดยกเว้นค่าเริ่มต้น (เนื่องจากไม่สามารถลบได้อยู่แล้ว)

สามารถไปที่ Device Manager เมื่อเชื่อมต่อ Data Traveler เพื่อดูว่าไดร์ฟปรากฏขึ้นพร้อมกับเครื่องหมายอัศเจรีย์สีเหลืองหรือไม่ การยกเลิกการติดตั้งอุปกรณ์ที่มีเครื่องหมายอัศเจรีย์ และการสแกนฮาร์ดแวร์ใหม่อาจสามารถแก้ไขปัญหาได้ในบางครั้ง ลองใช้วิธีนี้แม้จะไม่มีเครื่องหมายอัศเจรีย์สีเหลืองปรากฏขึ้นที่อุปกรณ์ ต้องเรียกใช้เป็น Admin เพื่อดำเนินการในขั้นตอนนี้หากล็อกอินเป็น non-Admin

ตรวจสอบค่าสำหรับโปรแกรมความปลอดภัย (Norton, Symantec ฯลฯ)

FAQ: KDT-121311-PRV-03

ทำตามขั้นตอนด้านล่างเพื่อฟอร์แมต DataTraveler เป็นระบบ NTFS โดยใช้ PC ระบบ Windows

หมายเหตุ: ต้องใช้สิทธิ์ผู้ดูแลระบบ

  1. ถอดไดร์ฟแฟลชต่อพ่วงอื่นทั้งหมดออกจากคอมพิวเตอร์
  2. คลิกขวาที่ My Computer (Computer จาก Vista) จากนั้นเลือก Manage
    หมายเหตุ: ในกรณีที่เปิดใช้ User Account Control ไว้ใน Windows Vista การแจ้งเตือนจะปรากฏขึ้นให้ทราบ คลิก Continue เพื่อดำเนินการต่อ
  3. จากหน้าต่างด้านขวา ดับเบิลคลิกที่ Storage จากนั้นดับเบิลคลิกที่ Disk Management
  4. จากหน้าต่างด้านขวา คลิกขวาที่ไดร์ฟ Kingston (ต่อพ่วง) จากนั้นเลือก Format
    หมายเหตุ: คุณจะได้รับข้อความแจ้งเตือนต่อไปนี้ "This is the active partition on this disk. All data on the partition will be lost. Are you sure you want to format this partition?" คลิก Yes เพื่อดำเนินการต่อ
  5. จากหน้าต่าง Format เลือก "NTFS" จากนั้นทำเครื่องหมายที่ช่องติดกับ "Perform a quick format" คลิก OK
  6. คลิก OK จากหน้าต่างแจ้งเตือนให้ Format

หน้าต่างไดร์ฟ Kingston (ต่อพ่วง) จะแสดงข้อความ "Formatting" ขณะกำลังฟอร์แมตไดร์ฟ หลังจากฟอร์แมตเสร็จสิ้น สถานะจะเปลี่ยนเป็น "Healthy"

FAQ: KDT-010611-GEN-17

ReadyBoost เป็นระบบใน Windows Vista และ Windows 7 ซึ่งสามารถใช้พื้นที่จัดเก็บข้อมูลของไดร์ฟ USB เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการทำงานของระบบ DataTraveler ไม่รองรับ Windows ReadyBoost

FAQ: KDT-010611-GEN-11
Mac/Linux related FAQs

แก้ไขปัญหาโดยเสียบไดร์ฟเข้าที่พอร์ต USB ของคอมพิวเตอร์โดยตรง พอร์ต USB ที่แป้นพิมพ์หรือฮับบางตัวอาจมีกระแสไฟไม่เพียงพอสำหรับการทำงานของ Kingston DataTraveler เข้าไปที่ Finder>Preferences>Sidebar โดยเลือก CD, DVD และ iPod และไดร์ฟต่อพ่วง ไว้

FAQ: KDT-010611-GEN-18

สำหรับเครื่อง Macs ก่อนอื่นคุณต้องล้างถังขยะเพื่อเรียกคืนพื้นที่ว่าง คุณสามารถถอดไดร์ฟและเสียบกลับเข้าไปใหม่เพื่อล้างถังขยะ

หากไม่ได้ผล ให้ทำการฟอร์แมตอุปกรณ์ กรุณาทำตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อฟอร์แมตไดร์ฟของ Kingston

คำเตือน: การฟอร์แมตเป็นการลบข้อมูลทั้งหมดของคุณ กรุณาทำสำเนาข้อมูลไว้ก่อนดำเนินการใด ๆ

1. ไปที่ Go > Applications > Utilities จากนั้นเปิด Disk Utility1. ไปที่ Go > Applications > Utilities จากนั้นเปิด Disk Utility

2. เลือกไดร์ฟจากแถบคำสั่งด้านซ้าย จากนั้นคลิก Erase ทางด้านขวา

3. เลือก Volume Format เลือกระบบไฟล์ MS-DOS เพื่อให้ไดร์ฟสามารถใช้งานได้ทั้งกับ Mac และ Windows หากใช้เฉพาะในเครื่อง Mac ให้เลือก Mac OS Extended เป็น Volume Format

4. คลิก Erase

FAQ: KDT-010611-GEN-04

หากเกิดปัญหานี้ขึ้นหาก DataTraveler ฟอร์แมตเป็น Microsoft Windows NTFS แก้ไขปัญหาโดยฟอร์แมต DataTraveler ด้วย Mac OS X โดยเลือกระบบไฟล์ MS-DOS

ฟอร์แมต DataTraveler ผ่าน Mac OS 10.3.X ได้ตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. คลิกที่ "GO" จากแถบเมนู
  2. ดับเบิลคลิกที่ "Utilities" (หากไม่พบ Utilities ให้ดับเบิลคลิกที่ Applications จากนั้นดับเบิลคลิกที่โฟลเดอร์ Utilities)
  3. ดับเบิลคลิที่ไอคอน "Disk Utility"
  4. จากกล่องโต้ตอบ Disk Utility คลิกหนึ่งครั้งที่พาร์ติชั่นใช้งานของ Kingston DataTraveler
    หมายเหตุ: จะมีรายการสองชุดสำหรับ Data Traveler ชุดแรกเป็นพาร์ติชั่นใช้งานและชุดที่สองเป็นฉลากกำกับไดร์ฟ
  5. คลิกแท็บลบด้านขวาของหน้าจอ
  6. ใช้ส่วนแสดงรายการ Volume Format เลือก "MS-DOS File System" จากรายการ
  7. คลิก Erase

ทั้งนี้ MacOS 10.6.5 รองรับความเร็วในการอ่านและเขียนเต็มประสิทธิภาพสำหรับไดร์ฟ exFAT การฟอร์่แมตไดร์ฟเป็นระบบ exFAT อาจแก้ไขปัญหานี้ได้ MacOS ยังสามารถอ่านอย่างเดียวในไดร์ฟ NTFS ได้

Some devices (MP3 players, digital photo frames, etc) will not read NTFS or exFAT file systems.

นอกจากนี้จะต้องอัพเดต Windows XP และ Vista เพื่อให้สามารถค้นข้อมูล exFAT ได้

ดูรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้ไดร์ฟ DataTraveler เพิ่มเติมโดยคลิกที่นี่ เพื่อรับชมวิดีโอ "แนะนำ" http://www.kingston.com/support/howtodt/default.asp

FAQ: KDT-010611-GEN-08

หลังฟอร์แมต DataTraveler ใน Mac OS X อาจเกิดกรณีดังต่อไปนี้ขึ้น

  • * ไม่สามารถอ่านไดร์ฟได้ใน Windows XP
  • * ขณะพยายามฟอร์แมตไดร์ฟใน Windows พื้นที่เพียง 2GB เท่านั้นที่ได้รับการฟอร์แมต พาร์ติชั่นจะถูกสร้างขึ้นสองส่วน
  • * หลังเพิ่มไฟล์ข้อมูลในไดร์ฟผ่าน Mac ระบบ Windows จะไม่สามารถเห็นข้อมูลนี้

อาจเกิดขึ้นจากการใช้ตารางพาร์ติชั่น GUID ซึ่งเป็นตารางพาร์ติชั่นเริ่มต้นสำหรับเครื่อง Mac ระบบ Intel ตารางพาร์ติชั่น GUID รองรับเฉพาะใน Windows Vista Windows 7 และ Windows XP ไม่รองรับระบบไฟล์นี้ แก้ไขปัญหาโดยลบข้อมูลไดร์ฟผ่าน Mac OS X โดยใช้ตัวเลือกที่เหมาะสม ทำตามขั้นตอนด้านล่างเพื่อลบข้อมูลไดร์ฟผ่าน Mac OS X

  • * เข้าไปที่ Disk Utility
  • * เลือกดิสก์ จากนั้นเลือกแท็บ "Partition"
  • * กำหนดรูปแบบไดร์ฟเป็น "1 Partition"
  • * แก้ไขฟอร์แมตเป็น "MS-DOS (FAT)"
  • * คลิกที่ปุ่ม "Options" บริเวณด้านล่างของหน้าจอ จากนั้นเลือกตารางพาร์ติชั่น "Master Boot Record"
  • * คลิก Apply เพื่อบันทึกการเปลี่ยนแปลงและฟอร์แมตไดร์ฟใหม่

หลังฟอร์แมตเสร็จสิ้น ให้ตรวจสอบว่าดิสก์ใช้ MBR อยู่โดยดูจาก "รูปแบบผังพาร์ติชั่น" ที่มุมด้านล่างขวาของหน้าต่าง Disk Utility ควรมีข้อความแจ้งเป็น "Master Boot Record"

FAQ: KDT-010611-GEN-16
ไลฟ์แชทกับฝ่ายบริการทางเทคนิค

Monday-Friday 6 a.m.-6 p.m. PST

ติดต่อฝ่ายบริการทางเทคนิค

1(800)435-0640

Monday-Friday 6 a.m.-6 p.m. PST

        Back To Top