
มาตรฐานระดับความเร็วของการ์ด SD มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนแปลง อาจดูสับสน แต่สะท้อนถึงความเร็วที่เทคโนโลยีเบื้องหลังกำลังพัฒนาขึ้น การปรับปรุงล่าสุดคือ SD Express 8.0 ซึ่งเปิดตัวในปี 2020 เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่คาดการณ์ไว้ในตลาด เช่น ความเร็วที่เพิ่มขึ้นของการประมวลผลบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ และการเปลี่ยนผ่านของหน่วยความจำแฟลชจาก SATA ไปเป็น PCIe NVMe
SD8.0 มีตัวเลือกที่ฮาร์ดแวร์รุ่นก่อนหน้าไม่มี เกณฑ์ความจุที่สูงขึ้น (อาจมากถึง 128TB) และความเร็วในการอ่านและเขียนที่สูงขึ้น รวมถึงการจัดการพลังงานและความร้อนที่ปรับให้เหมาะสมสำหรับความเร็วที่สูงขึ้นเหล่านั้น นอกจากนี้ยังมีการรองรับหลายเลนสำหรับ PCIe และอินเทอร์เฟซกับ PCIe NVMe 4.0 นั่นหมายความว่าอย่างไร โดยพื้นฐานแล้ว SD Express 8.0 สามารถใช้งานร่วมกับโปรโตคอลแบนด์วิดท์สูงและเวลาแฝงต่ำ และรองรับโครงสร้างพื้นฐานที่ออกแบบมาเพื่อจำกัดปัญหาคอขวด เมื่อใช้งานร่วมกับโฮสต์ SD Express Gen4x2 ความเร็วดังกล่าวสามารถสูงถึง 3,938MB/s ในการอ่าน
เพื่อให้สามารถจดจำและจัดหมวดหมู่ความสามารถของ SD รุ่นใหม่นี้ได้ง่ายขึ้น จึงได้มีการสร้างคลาสความเร็วใหม่ขึ้นมาคือ SD Express Speed Class ซึ่งมีความเหนือกว่า Speed Class, UHS Speed Class และ Video Speed Class โดยวัดการ์ด SD จากความเร็วในการเขียนแบบต่อเนื่องขั้นต่ำ การ์ดที่มีความเร็ว 150MB/วินาที จะได้รับโลโก้ E150 โลโก้อื่นๆ ได้แก่ E300, E450 และ E600

SD Express 8.0 เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์หลากหลาย เช่น การประมวลผลบนมือถือที่มีประสิทธิภาพการทำงานสูง และการจัดการเนื้อหาความละเอียดสูง เช่น ภาพถ่ายโหมดต่อเนื่อง, วิดีโอ 8K, เกม IoT เป็นต้น ณ เวลาที่เขียนนี้ มีฮาร์ดแวร์ที่รองรับ SD Express 8.0 จำนวนไม่มาก Nintendo Switch 2 เป็นอุปกรณ์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในปัจจุบันที่สามารถใช้งานร่วมกับมาตรฐานนี้ได้ อย่างไรก็ตาม การใช้งานของมันน่าจะช่วยให้ฟอร์แมตนี้แพร่หลายมากยิ่งขึ้น เมื่อฟอร์แมตต่างๆ ที่ดึงศักยภาพของมันออกมาใช้ได้ดีเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น