
เกมสมัยใหม่มีขนาดใหญ่กว่าที่เคย และเครื่องเล่นเกม PlayStation 5 ก็จะมีพื้นที่เก็บข้อมูลภายในเต็มเร็วมาก ไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของเครื่องเล่นเกม PS5 รุ่นดั้งเดิม PS5 Slim หรือ PS5 Pro การติดตั้ง SSD แบบ NVMe M.2 ก็เป็นหนึ่งในวิธีที่ง่ายที่สุดในการเพิ่มความจุให้กับคอนโซลของคุณ และทำให้คุณสามารถติดตั้งเกมเพิ่มเติมเพื่อพร้อมเล่นได้
ในบทความนี้ เราจะอธิบายว่าทำไมการอัปเกรดพื้นที่จัดเก็บข้อมูลของ PS5 จึงคุ้มค่า ซึ่งรวมถึงคุณสมบัติของอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล SSD ที่คุณควรพิจารณา และไดรฟ์ใดที่แนะนำเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพที่เชื่อถือได้
เหตุใดจึงควรอัปเกรดหน่วยความจำภายในของเครื่องเล่นเกม PS5
การเพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้อมูลภายในของเครื่องเล่นเกม PS5 เป็นหนึ่งในวิธีที่ง่ายที่สุดในการขยายความจุของคอนโซลและเตรียมความพร้อมสำหรับการเล่นเกมในอนาคต แม้ว่า SSD ในตัวจะให้ประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมก็ตาม แต่พื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่มีอยู่ก็อาจเต็มเร็วเมื่อคลังเกมของคุณเพิ่มมากขึ้น การติดตั้ง SSD แบบ NVMe เพิ่มเติมจะช่วยให้คุณมีพื้นที่มากขึ้นสำหรับเกมใหม่ๆ โดยไม่ต้องคอยตรวจสอบพื้นที่จัดเก็บข้อมูลหรือถอนการติดตั้งเกมในคลังของคุณอยู่ตลอดเวลา
นี่เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ได้ผลดีในการเตรียมความพร้อมคอนโซลของคุณสำหรับอนาคต ขนาดของเกมและความต้องการในการอัปเดตจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นการเพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้อมูลภายในที่มีความจุสูงในตอนนี้จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าเครื่องเล่นเกม PS5 ของคุณมีพื้นที่เพียงพอสำหรับรองรับเกมขนาดใหญ่ขึ้นในอนาคต
ขนาดไฟล์เกม AAA เทียบกับพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่มีในเครื่องคอนโซล
เกม AAA สมัยใหม่หลายเกมต้องการพื้นที่เก็บข้อมูลประมาณ 80 ถึง 150GB และตัวเลขนี้อาจเพิ่มขึ้นอีกเมื่อติดตั้งการอัปเดต แพทช์ และเนื้อหาเสริมที่ดาวน์โหลดได้
เมื่อติดตั้งเกมขนาดใหญ่หลายเกมพร้อมกัน พื้นที่เก็บข้อมูลภายในของ PS5 อาจเริ่มไม่เพียงพออย่างรวดเร็ว ตัวอย่างเช่น PlayStation 5 รุ่นพื้นฐานมีพื้นที่จัดเก็บข้อมูลภายใน 825GB แต่ว่าใช้เล่นเกมจริง ๆ ได้แค่ 667GB เท่านั้น เพราะระบบปฏิบัติการ (OS) และไฟล์ของระบบต้องใช้พื้นที่จำนวนมาก
เมื่อพื้นที่เก็บข้อมูลเต็ม นั่นหมายความว่าต้องลบเกมเพื่อติดตั้งเกมใหม่ หรือดาวน์โหลดเกมที่ต้องการเล่นอีกครั้งในภายหลัง การเพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้อมูลให้กับ PS5 ของคุณด้วย SSD แบบ NVMe จะช่วยให้คุณไม่ต้องจัดการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลอยู่ตลอดเวลา ทำให้คุณสามารถติดตั้งเกมได้มากขึ้นในเวลาเดียวกัน และสลับไปมาระหว่างเกมต่างๆ ได้ตามต้องการ
ความแตกต่างระหว่างรุ่นต่างๆ ของเครื่องเล่นเกม PS5: PS5 รุ่นดั้งเดิม เทียบกับ PS5 Slim และ PS5 Pro
แม้ว่า PS5 แต่ละรุ่นจะมีดีไซน์และประสิทธิภาพที่แตกต่างกันเล็กน้อย แต่ทุกรุ่นก็มีข้อจำกัดด้านพื้นที่จัดเก็บข้อมูลภายในเท่ากัน และมีโอกาสในการเพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้อมูลได้เหมือนกัน ไม่ว่าคุณจะใช้ PS5 รุ่นแรกที่วางจำหน่ายในวันแรก, PS5 Slim รุ่นปรับปรุงใหม่ หรือ PS5 Pro รุ่นทรงพลังกว่า การทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่างคอนโซลเหล่านี้จะช่วยให้คุณรู้ว่าควรคาดหวังอะไรก่อนที่จะติดตั้ง SSD แบบ NVMe
- PS5 รุ่นแรกมาพร้อมกับ SSD แบบ NVMe ภายในขนาด 825GB, อินเทอร์เฟซ PCIe Gen4 x4 และตัวเครื่องคอนโซลขนาดมาตรฐาน แม้ว่าสเปคของมันจะแรงพอสำหรับเกมในปัจจุบัน แต่พื้นที่เก็บข้อมูลอาจเต็มเร็ว ทำให้การอัปเกรดเป็น SSD เป็นตัวเลือกที่เหมาะสม ช่องเสียบ M.2 2280 มาตรฐานช่วยให้สามารถใช้งานไดรฟ์ NVMe ความเร็วสูงได้
- PS5 Slim มีขนาดเล็กกว่าและกะทัดรัดกว่า พร้อมหน่วยความจำ SSD ภายในขนาด 1TB แม้ว่าตัวเครื่องจะบางลงและระบบระบายความร้อนจะแตกต่างไปเล็กน้อย แต่ก็ยังรองรับการอัปเกรดเป็น SSD แบบ NVMe ได้อยู่
- PS5 Pro มีประสิทธิภาพ CPU และ GPU ที่ได้รับการปรับปรุง และมาพร้อมกับ SSD ภายในขนาด 2TB ซึ่งมีพื้นที่จัดเก็บข้อมูลในตัว มากกว่าเครื่องเล่นเกม PS5 รุ่นปกติและ PS5 Slim อย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าความจุภายในจะเพิ่มขึ้น แต่ความเข้ากันได้ในการอัปเกรด SSD ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง และการติดตั้ง SSD แบบ NVMe M.2 ก็ใช้ขั้นตอนและข้อกำหนดเดียวกันกับเครื่องเล่นเกม PS5 รุ่นปกติและPS5 รุ่น Slim
โดยรวมแล้ว PS5 ทั้งสามรุ่นต่างก็เปิดโอกาสให้สามารถเพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้อมูลภายในได้ และขั้นตอนการติดตั้ง SSD แบบ NVMe ที่ใช้งานร่วมกันได้นั้นเหมือนกันทุกเครื่อง